้ายผู้อื่นได้ ขอเพียงคนที่ถูกทำร้ายเดินผ่านหน้าของคนคนนั้นไป ก็จะถูกร่ายมนตร์ร้ายใส่ทันทีเพคะ”
หมิงเยว่อาศัยจังหวะนี้ซ้ำเติม
ทว่าหลินเมิ้งหยากลับยกยิ้มพร้อมเอ่ยเสียงเรียบไร้ซึ่งความกังวล
“องค์หญิงหมิงเยว่กล่าวมีเหตุผล ทว่าหม่อมฉันไม่รู้ด้วยซ้ำว่าฮองเฮาและไท่จื่อจะเสด็จมาที่นี่ หากอ้างอิงจากคำพูดขององค์หญิง นั่นเท่ากับว่าใครที่เสด็จมาพร้อมกับฮองเฮาและไท่จื่อ คนผู้นั้นก็เป็นผู้ร่วมขบวนการกับหม่อมฉันอย่างนั้นหรือเพคะ?”
“เจ้า! เลิกเถียงข้างๆ คูๆ ได้แล้ว”
หมิงเยว่ตกตะลึงเพราะคำพูดของตนเองก็ได้กล่าวผิดพลาดไป เหตุเพราะคนที่ติดตามฮองเฮากับไท่จื่อมาก็คือนางคนเดียวเท่านั้น
หากมิใช่เพราะนางพูดต่อหน้าฮองเฮาว่าดอกไม้ในสวนของหลินเมิ้งหยางดงามกว่าทุกที่ในเมือง
อีกทั้งยังเอ่ยประโยคเชื้อเชิญฮองเฮาอีกมากมาย เกรงว่าฮองเฮากับไท่จื่อก็คงจะไม่เสด็จมาที่นี่
“ประการที่สอง เหมือนกับที่องค์หญิงหมิงเยว่ได้ตรัสเอาไว้ว่าหม่อมฉันอาจจะนึกอยากปองร้ายฮองเฮากับไท่จื่อ แต่ว่าเมื่อครู่หม่อมฉันกับฮวากูกำลังช่วยเหลือฮูหยินหวังอยู่ภายใน นี่ไม่ได้หมายความว่าหม่อมฉันแยกร่างได้เช่นนั้นหรือเพคะ? นับตั้งแต่ตอนที่ฮองเฮาและไท่จื่อเสด็จมายังที่นี่ หม่อมฉันยังมิได้เดินผ่านจุดที่มีคนพบวัตถุประหลาดที่ว่านั่น อีกทั้งสาวใช้ของหม่อมฉันก็อยู่แต่เพียงในห้องมิได้ออกมา ฮองเฮาโดดเด่นมาก คืนนี้นอกจากทาสในเรือนของหม่อมฉันแล้ว คนอื่นล้วนสวมใ