ียงตนเองหรือหลงเทียนอวี้ แม้แต่บ้านสกุลหลินเองก็คงถูกทำลายจนหมดสิ้น
“หากทุกสิ่งทุกอย่างในสวนแห่งนี้ล้วนเป็นของของเฉินเซี่ย เช่นนั้นทุกคนที่อยู่ที่นี่ก็ต้องถอดแก้วแหวนเงินทองทั้งหมดทิ้งเอาไว้จึงจะกลับไปได้”
แม้คำพูดของหลินเมิ้งหยาจะฟังดูไร้สาระ แต่ในความเป็นจริง นางกำลังยอกย้อนคำพูดของฮองเฮา
เบี่ยงเบนความสนใจของฮองเฮา เพื่อประโยชน์ของตนเอง
หลังจากหลินเมิ้งหยาพูดจบ รอยยิ้มปรากฏอยู่บนใบหน้าของคนจำนวนมาก
ฮองเฮากวาดสายตาเย็นชาจ้องหน้าคนเหล่านั้นโดยไม่พูดอะไร
หลินเมิ้งหยารู้ การจะจูงจมูกฮองเฮาเดินมิใช่เรื่องง่าย
แขนสีขาวดุจหิมะยกขึ้นจับผงละอองบนโต๊ะของฮองเฮา
เรดาร์ในสมองพลันปรากฏชื่อส่วนประกอบของวัตถุชนิดนี้
ดูเหมือนมันจะเป็นเขี้ยวของอะไรบางอย่าง
นางหยิบกระดาษแผ่นนั้นขึ้นพลิกดูให้ละเอียด
ผงจูซาหรือผงชาด เมื่อได้ลองสัมผัส เรดาร์ในสมองจึงเริ่มวิเคราะห์
มองขึ้นๆ ลงๆ มันเป็นเพียงกระดาษสีเหลืองธรรมดาเท่านั้น
ดังนั้นแผนการบางอย่างจึงปรากฏขึ้นในใจ
“ฮองเฮา เฉินเซี่ยถูกใส่ร้าย หลักฐานคือกระดาษแผ่นนี้เพคะ”
คำพูดของหลินเมิ้งหยาทำให้ทุกคนตกตะลึง
สีหน้าของฮองเฮายังคงเย็นชาดังเดิม ทว่าสายตากลับยิ่งเย็นชามากขึ้น
“กระดาษแผ่นนี้เป็นเพียงกระดาษธรรมดา เชิญทุกคนดูได้เลย”
หลินเมิ้งหยาเอื้อมมือเข้าไปหยิบแก้วชาที่เย็นแล้วบนโต๊ะ
เพียงนำนิ้วมือจุ่มน้ำและจับกระดาษ กระดาษแผ่นนั้นพลันอ่อนยวบ
พระสนมเต๋อเฟยไม่รู้ว่าน