ัดลำไส้ที่ไหลเละของนางกลับเข้าท้องไป
“โอ้กกก…”
กลุ่มคนเหล่านั้นไม่อาจรับได้ ดังนั้นจึงอาเจียนออกมา
แม้แต่พระสนมเต๋อเฟยยังมีสีหน้าซีดเผือด ฟันบนล่างกระทบกันกึก ๆ
“เต๋อเฟย ลูกสะใภ้ของเจ้ากล้าหาญยิ่งนัก เจ้าเองก็ควรจะเรียนรู้จากนาง”
ท่ามกลางกลุ่มคน ฮองเฮายังคงนั่งสงบนิ่งไม่ไหวติง
สีหน้าคงเดิม หยิบชายกขึ้นจิบ
“เพคะ เซี่ยเฉินน้อมรับคำแนะนำ”
เมื่อคลื่นพายุถาโถมมา พระสนมเต๋อเฟยสะกดกลั้นความกลัวในหัวใจ หยักยิ้มเล็กน้อยดังเดิม
ภายในห้อง หลินเมิ้งหยาสั่งให้ชิงหูวางร่างของฮูหยินหวังลง
จากนั้นจึงสั่งให้เขายืนเฝ้าประตู ห้ามมิให้ใครเข้ามา
ไม่มีเวลาสนใจเช็ดเลือดเหนียวเหนอะหนะบนมือ ชิงหูยืนเฝ้าประตู บางครั้งส่งเสียงเหมือนกำลังสวดมนต์
เมื่อถูกเสียงของเขาทำให้หวาดผวา ไม่ว่าใครก็ไม่กล้าเข้ามา อีกทั้งยังขยับห่างออกไปไกล
คิ้วของหลินเมิ้งหยาขมวดเข้าหากัน รีบตรวจสอบร่างกายของฮูหยินหวัง
แม้ท้องจะถูกคว้านจนเป็นแผลกว้าง แต่รอยแผลค่อนข้างเรียบราวกับว่านางถูกแทงด้วยมีด
แม้ความคมของมีดจะไม่เท่ากับมีดผ่าตัดของนาง แต่ถึงกระนั้นก็สูสีกัน
ตอนนี้ควรทำให้อวัยวะกลับเข้าที่ ฆ่าเชื้อ จากนั้นเย็บปิดปากแผล
แม้แต่การรักษาสมัยปัจจุบันยังทำได้ยาก
ยิ่งไปกว่านั้น ตอนนี้นางยังไร้อุปกรณ์เพื่อช่วยเหลือ ยารักษาก็ไม่มี
ตอนนี้คงทำได้เพียงพลิกชีวิตของม้าที่ตายแล้วให้ฟื้นคืนกลับมา แต่ต่อให้ฮูหยินหวังต้องตาย อย่างน้อยศพของนางก็จะสวยงา