้าแล้ว พวกเราต้องมีคนคอยคุ้มกันตำหนักด้วย”ดวงตาของเด็กหนุ่มเปล่งประกาย ช่วงนี้มีคนห้อมล้อมพี่สาวมากมายเขาไม่มีแม้แต่โอกาสแสดงตัว ในเมื่อวันนี้พี่สาวเอ่ยขอ เขาจึงตอบตกลงโดยไม่คิด“ขอรับ ข้าจะสั่งให้องครักษ์ลับคอยคุ้มกันตำหนักของพี่สาว จะไม่ยอมให้ใครเข้ามายุ่งวุ่นวายเด็ดขาด”หลินเมิ้งหยาลูบไล้ศีรษะของหลินจงอวี้ นัยน์ตาเผยให้เห็นถึงความกังวลนางมิเคยปล่อยให้ใครเข้ามายังตำหนักหลิวซินทว่า จะต้องมีคนมากมายนับไม่ถ้วนมายังที่นี่ ถึงอย่างไรนางก็มิอาจวางใจ“ข้าเหนื่อยจะตายแล้ว แม่เด็กคนนี้ฝีมือการต่อสู้ไม่เท่าไร แต่วิชาตัวเบาล้ำเลิศอย่าบอกใครเชียว”อันที่จริงการต่อสู้เมื่อครู่ ชิงหูทำเพราะต้องการเหย้าแหย่ป๋ายซูเท่านั้นอันที่จริง คนที่สามารถเอาชนะชิงหูได้มีไม่มาก“อืม ป๋ายซูสู้ ๆ อีกหน่อยฝีมือในการต่อสู้พัฒนาขึ้น จงฆ่าเจ้าจิ้งจอกไร้ยางอายคนนี้ซะ”คนในตำหนักล้วนถูกชิงหูกลั่นแกล้งหัวเราะคิกคัก ราวกับว่าตำหนักแห่งนี้ไม่เคยมีเรื่องทุกข์ใจเลยแม้แต่น้อยไม่ว่าจะยินยอมหรือไม่ สุดท้ายวันชมดอกเก๊กฮวยก็มาถึงหลังจากผ่านช่วงเวลาอาหารกลางวัน แขกเหรื่อก็เริ่มทยอยมาแม้หลงเทียนอวี้กับไท่จื่อจะไม่แตกคอกัน แต่เพราะเขายังหนุ่ม อีกทั้งยังมีกำลังทางการทหารที่แข็งแกร่งยิ่งไปกว่านั้น หลงเทียนอวี้ยังแต่งงานกับคุณหนูสกุลหลิน ดังนั้นในสายตาของพวกขุนนาง เขาจึงเป็นคนที่มีความสำคัญค่อนข้างมากบ้านสกุลที่มีความสัมพันธ์อันดีต่อกันเ