กเรือนของท่านแม่เมื่อก่อนทั้งสองเป็นสามีภรรยาที่เคารพซึ่งกันและกัน ทว่า ตอนนี้มิต่างอะไรกับน้ำและไฟอีกทั้ง ตอนนี้ลูก ๆ ที่เกิดจากอนุภรรยากำลังพยายามอาศัยโอกาสนี้ในการแทรกแซงเข้าหาท่านพ่อตอนนี้สกุลเยว่มิได้รุ่งโรจน์เหมือนแต่ก่อนอีกแล้ว“เรื่องนั้นค่อยคุยกันคืนนี้ เจ้าต้องรับปากกับข้าว่าจะไม่พูดเรื่องนี้กับใครเด็ดขาด โดยเฉพาะกับคนในครอบครัว”เยว่ฉีพยักหน้าลง หลังจากพี่สาวตายจากไป มีเพียงพี่หลินคนเดียวที่กลายเป็นที่พึ่งของนางดวงตากลมโตมองดูเด็กสาวที่ถูกบังคับให้เติบโต หลินเมิ้งหยารู้สึกว่าเรื่องนี้มิใช่เรื่องดีเลยแม้แต่น้อยคนที่มาชมดอกไม้ส่วนใหญ่ล้วนเป็นขุนนางส่วนพวกแม่ทัพชื่นชอบงานเลี้ยงยามค่ำคืนมากกว่าหลินเมิ้งหยาจัดการทุกอย่างให้เรียบร้อย ก่อนจะพาเยว่ฉีและสาวใช้กลับไปยังตำหนักหลิวซินเพียงเดินเข้าไป นางได้เห็นคนนั่งอยู่ในศาลาเล็ก อีกทั้งคนที่มีพรสวรรค์ทางด้านบนกลอนเอ่ยต่อตอบซึ่งกันและกันหลงเทียนอวี้นั่งอยู่ในตำแหน่งที่เห็นได้ชัดเจนที่สุด ทว่า สายตาของเขากลับพุ่งตรงมาที่หลินเมิ้งหยา“โอ้ว นี่พี่สะใภ้สามมิใช่หรือ ความงามของท่านมิเคยเป็นรองผู้ใดเลย”ท่ามกลางคนเหล่านั้น มีเพียงหลงชิงหานที่กล้าพูดจาล้อเล่นเช่นนี้กับหลินเมิ้งหยานางหยักยิ้ม หลินเมิ้งหยาเอ่ยอย่างมีมารยาท“ท่านอ๋อง ทุกอย่างเตรียมพร้อมหมดแล้ว เชิญทุกท่านไปเปลี่ยนเสื้อผ้าและสวมหน้ากากเถิด”ทุกคนแม้จะรู้กฎกติกาเป็นอย่างดี แต่ไม่รู้เล