ร้านแห่งนั้น มิสู้เจ้าลองตามพ่อแม่ของเจ้ามาพบข้าหน่อย หากข้าดูแล้วเห็นว่าสามารถใช้งานได้ เช่นนั้นข้าจะให้พวกเขาดูแลที่นั่น ดีหรือไม่? ”คำพูดของหลินเมิ้งหยาทำให้ป๋ายจีชะงักสองตามองดูนายหญิงเสมือนคนโง่ ตกตะลึงจนพูดอะไรไม่ออก“แต่นายหญิงเจ้าคะ พ่อแม่ข้าอายุมากแล้ว น้อง ๆ ของข้าเองก็ยังไม่รู้เรื่อง หาก…”“ไม่มีอะไรหรอก ข้าเชื่อใจเจ้า ดังนั้นข้าจึงเชื่อใจครอบครัวของเจ้าด้วย ป๋ายซูกับป๋ายจื่อไม่มีครอบครัว พรุ่งนี้เจ้าลองถามป๋ายซ่าวดู หากครอบครัวของนางเองก็ขาดแคลนเงินทอง จงเรียกครอบครัวของนางมาให้ข้าดูตัวด้วย”เสียงของหลินเมิ้งหยาเริ่มเบาลงป๋ายจียังไม่ทันตอบ นายหญิงของนางก็หลับสนิทไปแล้วนางยิ้ม ส่ายหน้านายหญิงของนางเป็นคนฉลาดหลักแหลมแต่อุปนิสัยบางครั้งก็เหมือนเด็กมือบางจับผ้าห่มคลุมร่างของนายหญิงให้มิดชิด ความรู้สึกซาบซึ้งยังคงตราตรึงอยู่ในหัวใจการได้มีเจ้านายเช่นนี้ แสดงว่าชาติก่อนนางต้องทำบุญไว้มากอย่างแน่นอนปลายฤดูใบไม้ร่วง อากาศเย็นมากขึ้นทุกทีแต่ไม่รู้ว่าเพราะเหตุใด ดอกเก๊กฮวยในสวนของหลินเมิ้งหยายิ่งบานสะพรั่งงดงามพระสนมเต๋อเฟยเดินมาเที่ยวเล่นชมดอกไม้ที่ตำหนักของนางทุกวัน“ถวายคำนับพระสนมเต๋อเฟย”ทันทีที่พระสนมเต๋อเฟยเดินมาถึงตำหนัก สาวใช้ทั้งสี่ของหลินเมิ้งหยารีบออกมาต้อนรับอย่างมีมารยาทและถูกต้องตามขนบธรรมเนียม“ไอหยา สาวใช้ในตำหนักหลิวซินงดงามและว่านอนสอนง่ายยิ่งนัก จิ่นเยว่ เจ้าลองดูซิ