ของเขาเหมือนลูกสุนัขตัวน้อยหลงเทียนอวี้หยักยิ้มเล็กน้อย โอบกอดหญิงสาวร่างบางตรงหน้าเอาไว้จนมิดราวกับต้องการจะฝังร่างกายของนางอยู่ภายในอ้อมกอดของตนเอง“ตอนเด็กข้ามักจะฝันร้าย หมู่เฟยจึงสั่งให้คนนำกลิ่นหอมที่ทำให้รู้สึกผ่อนคลายมาให้ข้า หากเจ้าชอบ ข้าจะมอบให้เจ้าดีหรือไม่? ”“ดีเพคะ”อ้าปากหาวเล็กน้อย หลินเมิ้งหยาหลับไปในอ้อมกอดของหลงเทียนอวี้ฟังเสียงลมหายใจเข้าออกสม่ำเสมอกันของนาง ใบหน้าหยักยิ้มของหลงเทียนอวี้เผยให้เห็นถึงความกังวล“พระชายาหลับลึกแบบนี้ตั้งแต่เมื่อไหร่กัน? ”ป๋ายจื่อที่อยู่ข้าง ๆ ถูกท่านอ๋องถามกระทันหัน นางจึงสะดุ้งนางนับนิ้ว ก่อนจะเอ่ยตอบ“ดูเหมือน…นับตั้งแต่ตอนที่มีอาการป่วยเจ้าค่ะ หนู่ปี้เคยถามหมอหลวงแล้ว หมอหลวงบอกว่าหัวใจของนายหญิงได้รับบาดเจ็บ ไม่สามารถทำงานหนักได้ ดังนั้นจึงจำเป็นต้องนอนพักสักเล็กน้อยทุกวัน”คำพูดของป๋ายจื่อยังมิอาจทำให้หลงเทียนอวี้คลายความกังวลเมื่อก่อน หลินเมิ้งหยาเป็นคนระมัดระวังตัวเป็นอย่างมากหลายวันที่ผ่านมา เมื่อถึงเวลานอน เขามักจะลอบเข้าไปอยู่ข้างเตียงของนางทุกครั้งที่ได้เห็นใบหน้าไร้พิษสงยามหลับของนาง หลงเทียนอวี้มักรู้สึกสบายใจแต่มีครั้งหนึ่งที่เขาชนกับเชิงเทียนเข้าโดยไม่ได้ตั้งใจ ทว่านางกลับไม่รู้สึกตัวเลยแม้แต่น้อยหวังว่า เหตุผลที่เป็นเช่นนี้ก็เพราะร่างกายของนางต้องการพักผ่อนภายในห้องพักผ่อนเล็ก หลงเทียนอวี้กอดนางเสมือนกอดอัญมณีมีค่า เขาไม