ตียนนี้เปรียบเสมือนคำชมไม่พูดพร่ำทำเพลง ชิงหูอุ้มหมิงเยว่แล้วกระโดดหายไปหลินเมิ้งหยาเชื่อใจในการทำงานของชิงหูที่สุดเดินกลับไปยังห้องพักผ่อนเล็ก ๆ กับป๋ายซูทันทีที่ก้าวเข้าไป แขนกำยำสองข้างวาดขึ้นมารั้งตัวนางเข้าหาอ้อมกอดอันแสนอบอุ่น“หนาวหรือไม่ ดูสิ มือของเจ้าเย็นหมดแล้ว”เสียงทุ้มต่ำดังขึ้นที่ด้านบนศีรษะ ร่างกายของหลินเมิ้งหยาแข็งทื่อตอนที่กลับมาได้สัมผัสกับความเย็นเพียงเล็กน้อยเท่านั้น เขาสังเกตเห็นด้วยอย่างนั้นหรือ“เสื้อขนสัตว์ที่สั่งทำเอาไว้ให้เจ้าถูกส่งมาใกล้จะถึงเมืองหลวงแล้ว หากอากาศเย็น ก็จงนำมันมาใส่เถิด”หัวใจเต้นระรัว ลูกตาสีดำเปล่งประกายราวไข่มุกสั่นไหวทว่า ขนตางอนยาวกลับปิดบังความรู้สึกที่แท้จริงของนางเอาไว้“หม่อมฉันไม่หนาวตายง่ายๆ หรอกเพคะ หากใส่เสื้อขนสัตว์ตั้งแต่ตอนนี้ เช่นนั้นฤดูหนาวหม่อมฉันคงต้องขลุกตัวอยู่ใต้ผ้านวมทั้งวัน”มิรู้ว่าเพราะร่างกายของตนเอง หรือยาพิษที่ยังหลงเหลืออยู่ในร่างกายทั้งที่เพิ่งจะถึงปลายฤดูหนาว แต่ร่างกายของนางกลับสั่นสะท้านเพราะความหนาวเย็นแม้จะมีเสื้อผ้ากั้นกายเนื้อของทั้งคู่ ทว่าหลินเมิ้งหยากลับรู้สึกได้ถึงอุณหภูมิอุ่น ๆ จากร่างกายของหลงเทียนอวี้ได้กลิ่นหอมอ่อน ๆ ที่ส่งออกมาจากร่างกายของเขาทำให้หลินเมิ้งหยารู้สึกสงสัย“ท่านอ๋องใช้เครื่องหอมชนิดใดหรือเพคะ กลิ่นหอมเหลือเกิน”ดื่มด่ำกับความอบอุ่นที่เขาส่งมอบให้ ก่อนจะทำจมูกฟุดฟิดเพื่อสูดดมกลิ่นกาย