คนอื่นอีกองค์หญิงหมิงเยว่เองไม่อยู่ที่นี่ หรือว่าทั้งสองคนนั้น……..“บังอาจนัก เห็นจวนของข้าเป็นอะไร? ”ตบโต๊ะเสียงดัง เสียงของงานเลี้ยงที่เคยดังครึกครื้นพลันเงียบกริบไท่จื่อโกรธเกรี้ยว เดินนำชายารองตู๋กูและคนกลุ่มใหญ่ไปทางห้องที่อยู่ด้านหลังสวนยังไม่ทันจะเข้าไปถึง เสียงกระเส่าของหญิงสาวพลันดังลอดออกมาใบหน้าของไท่จื่อแข็งทื่อ ส่งสัญญาณผ่านทางสายตาให้ชายารองตู๋กู ก่อนจะพยายามปกปิดแววตาสาแก่ใจของตนเอง“ท่านอ๋อง องค์หญิง ไท่จื่อเสด็จ ได้โปรดเปิดประตูด้วย”ขันทีเดินเข้าไปเคาะประตูด้วยความว่องไวแต่คิดไม่ถึงเลยว่าเสียงร้องภายในห้องจะยิ่งดังมากขึ้น“เกิดอะไรขึ้น? หรือว่าพวกเจ้าไม่รู้จักคำว่าอายอย่างนั้นหรือ?”ริมฝีปากของไท่จื่อหยักยิ้มเย็นชาออกแรงเปิดประตูห้องรับแขก แสงไฟจากโคมของนางกำนัลสาดส่องไปทั่วทั้งห้องสิ่งที่ได้เห็นคือพื้น โต๊ะ เก้าอี้ อยู่ผิดที่ผิดทางแม้ผ้าม่านรอบเตียงจะไม่ถูกเปิดออก ทว่าแรงสั่นสะเทือนของเตียงกลับทำให้คนอื่นคิดไปไกลดังนั้น ใบหน้าของเหล่าคุณหนูทั้งหลายจึงแดงก่ำ ก่อนจะถอนตัวออกไปดวงตาของคนที่เคยมีประสบการณ์มาก่อนเปล่งประกายเพราะคิดว่ากำลังจะได้เห็นอะไรสนุก ๆ พวกเขารอให้ไท่จื่อเปิดผ้าคลุมรอบบเตียงออกอย่างใจจดใจจ่อหลังจากเสียงร้องเสมือนโบยบินขึ้นสู่จุดสุดยอดสำเร็จของหญิงสาวดังขึ้น เสียงหอบหายใจถี่ ๆ ของฝ่ายชายและฝ่ายหญิงพลันทำให้คนอื่นหัวใจเต้นระรัวชายารองตู๋กูลากผ้าม่านรอบเ