ยากนำป้ายสถิตวิญญาณของพี่เยว่ถิงมาไว้ที่สุสานบรรพชนของสกุลหลิน โดยให้นางได้เข้ามาในฐานะลูกสะใภ้และฝังร่างของนางไว้ในสุสานสกุลหลิน”“อะไรนะ? ”คำพูดของหลินเมิ้งหยาเปรียบเสมือนราดน้ำมันเข้ากองไฟทุกคนในเมืองหลวงรู้เรื่องการตายของเยว่ถิงมีคนบอกว่านางตายทั้งที่ยังเป็นสาวพรหมจรรย์บางคนบอกว่าเพราะเรื่องน่ารังเกียจในสิ่งที่นางได้กระทำ ดังนั้นสกุลเยว่จึงทอดทิ้งนางสรุปแล้ว มีทั้งคำพูดที่ดีและไม่ดีส่วนสกุลหลินที่ได้ทำการหมั้นหมายกับสกุลเยว่เอาไว้ ต้องแบกรับผลกระทบจากข่าวลือเหล่านี้สีหน้าของผู้อาวุโสทั้งสามเปลี่ยนเป็นไม่น่ามองหลินเมิ้งหยาเป็นพระชายา แต่คำขอเช่นนี้ก็ยากที่จะอนุญาตหลินเล่ยเงียบไป ก่อนจะส่งเสียงตัดทอนกำลังใจไม่ให้พูดต่อ“ไร้สาระ! ร่างกายของเยว่ถิงมีมลทิน อีกทั้งยังถูกคนทั้งเมืองประณาม หรือเจ้าเองก็อยากให้สกุลหลินของพวกเราต้องแปดเปื้อนไปด้วย? เมิ้งหยา พวกเราไม่คิดเอาเรื่องเจ้าเพราะเห็นว่าเจ้าเป็นลูกสาวของมู่จือ แต่อย่าได้เอ่ยเรื่องนี้ออกมาอีก”เสียงเคร่งขรึม เขาเป็นตัวแทนในการแสดงเจตนารมณ์ของสกุลหลินหลินเมิ้งหยาเดาไว้อยู่แล้ว ดังนั้น นางจึงโขกหน้าผากกับพื้น“ข้ารู้ว่าผู้อาวุโสหมายความว่าอย่างไร ข้ารู้ดีที่สุดว่าการขอร้องเช่นนี้เป็นสิ่งที่มากเกินไป แต่ว่า…ท่านปู่ นับตั้งแต่วันที่พี่เยว่ถิงและพี่ชายหมั้นหมายกัน นั่นก็เท่ากับว่าทั้งสองตระกูลได้รวมเป็นหนึ่งเดียวกันแล้วมิใช่หรือ? ”ตอนนั้นคว