งมุ่งมั่นของหลินเมิ้งหยา เกรงว่า พวกเขาคงกลายเป็นปลาที่ติดเบ็ดนานแล้วเมื่อปรับอารมณ์ให้ใจเย็นลง สุดท้ายหลินเล่ยเป็นตัวแทนในการพูด“เมิ้งหยา เจ้าเป็นลูกสาวของสกุลหลิน หากเรื่องนี้ถูกแพร่ออกไปและทำให้วงศ์ตระกูลต้องเสื่อมเสีย เกรงว่า เจ้าเองก็คงไม่มีหน้าให้แบกอีกต่อไป สู้พวกเรามาหาทางคิดแก้ปัญหาเรื่องนี้กันดีหรือไม่? ”ในที่สุดก็เริ่มกลัวแล้วสินะ หลินเมิ้งหยาเก็บใบหน้าเย็นชาของตนเองเรื่องนี้…นางจะบีบคั้นพวกเขาไม่ได้“ได้ เมิ้งหยามิเคยคิดแทงข้างหลังพวกท่าน ขอพวกท่านได้โปรดอภัยด้วย”เมื่อเห็นว่าหลินเมิ้งหยายอมถอยหนึ่งก้าว ทั้งสามจึงผ่อนอารมณ์ตามหลังจากปรึกษากัน สุดท้ายผู้อาวุโสทั้งสามยินยอมให้ร่างของเยว่ถิงฝังอยู่ในอาณาเขตของสกุลหลินในบริเวณที่ห่างออกไปเล็กน้อยเยว่ถิงสามารถเข้ามาอยู่ในสุสานบรรพชนของสกุลหลินได้ แต่ป้ายวิญญาณจะต้องถูกคลุมผ้าสีแดงเอาไว้ อีกทั้งคนรุ่นหลังจะไม่มีการจุดธูปไหว้ใด ๆ ทั้งสิ้นส่วนชื่อบนสุสาน สุดท้ายพวกเขายอมทำตามคำขอของหลินเมิ้งหยา“ภรรยาของหลินหนานเซิง”แต่ไม่มีใครรู้เลยว่าระหว่างที่กำลังปรึกษากันนั้น หลินเมิ้งหยาทุ่มเททั้งแรงกายแรงใจข่มขู่…เป็นเพียงวิธีการตื้น ๆ เท่านั้น สุดท้ายหลินเมิ้งหยาใช้สิ่งของล้ำค่าในการปิดปากเหล่าผู้อาวุโส…
รถม้าแน่นเอี๊ยดเดินทางออกจากจวนอวี้ โลดแล่นบนถนนใหญ่ ก่อนจะตรงมาที่บ้านสกุลหลินซึ่งอยู่ทางทิศตะวันตกของเมืองหลวง
แม้หลินมู่จือจะเป็นเจ้าต