มกลับมาเหมือนท้องฟ้ากำลังหมุนติ้วแม้แต่การเคลื่อนไหวที่ง่ายที่สุดอย่างการลืมตายังทำได้ยากเย็นร่างกายเสมือนถูกเกวียนบรรทุกทับ ความเจ็บปวดแล่นพล่านไปทั่วทุกอณูสมองมีเพียงความมืดมิด ไม่รู้ว่าเวลาผ่านไปนานขนาดไหน ดวงตาของหลินเมิ้งหยาจึงเปิดออกเล็กน้อย“น้ำ…”ส่งเสียงแหบแห้ง ร่างกายอ่อนแรง ขณะเดียวกัน หัวใจของทุกคนกลับมาเต้นเป็นปกติอีกครั้ง“ฟื้นแล้ว นายหญิงฟื้นแล้ว หิวน้ำใช่หรือไม่เจ้าคะ ข้าจะไปเอา จะไปเอาเดี๋ยวนี้เจ้าค่ะ”ป๋ายจื่อร้องไห้จนไม่มีน้ำตาอีกต่อไป นางรีบวิ่งไปเทน้ำให้หลินเมิ้งหยาหลินเมิ้งหยาที่เพิ่งจะลืมตารู้สึกว่าร่างกายของตนเองไร้ซึ่งเรี่ยวแรงป๋ายซ่าว ป๋ายจี ป๋ายซู ชิงหู หลินจงอวี้ทุกคนล้วนอยู่ที่นี่ยกเว้นเขานางไร้ซึ่งเรี่ยวแรงเอ่ยถาม หลินเมิ้งหยาจิบน้ำเข้าไปครึ่งแก้วเล็กหลังจากถูกป๋ายจื่อพยุง จากนั้นก็หลับไปอีกครั้ง“หมอหลวง ไข้ของนายหญิงลดลงแล้ว นางยังฟื้นแล้วด้วย ท่านลองตรวจดูหน่อยเถิดว่ายังมีปัญหาอะไรหรือไม่”ทั้งตำหนักหลิวซินล้วนดีอกดีใจหลินจงอวี้ส่งคนไปตามหมอหลวงมา ทุกคนหันมามองเขา สายตากระตือรือร้น แม้แต่หมอหลวงผู้มากประสบการณ์ยังหน้าร้อนผ่าวตรวจจับชีพจร ก่อนจะใช้มือลูบเคราของตนเอง“พระชายาพ้นขีดอันตรายแล้ว แต่เพราะมีแผลใจ กอปรกับยาพิษแปลกประหลาดในร่างกาย ดังนั้นพระองค์จึงควรพักผ่อนให้มาก”คำพูดของหมอหลวงทำให้คนในตำหนักหลิวซินรู้สึกคึกคักขึ้นมาในที่สุดก็ได้ยินคำว่าหลินเมิ้ง