้งหยากุมศีรษะ เจ้าจิ้งจอกเจ้าเล่ห์ดีดเจ็บชะมัด“จริงสิ ข้ารู้เรื่องของเจ้าเด็กที่เจ้าเก็บมาเลี้ยงนั่นด้วย อยากฟังหรือไม่?”หลินจงอวี้? หลินเมิ้งหยายอมรับ นางรู้สึกสงสัยอยู่เหมือนกันแต่ว่า…นางส่ายหน้า หากยังไม่ได้รับอนุญาตจากเสี่ยวอวี้ นางก็ไม่อยากเข้าไปยุ่งเรื่องส่วนตัวของเขา“จริงสิ ตอนพวกเราออกมา เสี่ยวอวี้เองก็มาด้วยนี่นา เขาไปไหนแล้วเล่า? ”หลินเมิ้งหยาเพิ่งนึกได้ว่าคนหายไปหนึ่งคนนางก้มหน้าลง ด่าว่าตัวเองที่ไม่สนใจเขาให้ดี“นายน้อยบอกว่ามีเรื่องให้ต้องจัดการ ดังนั้นจึงกลับไปก่อนเจ้าค่ะ นายหญิงลืมแล้วหรือเจ้าคะ?”ป๋ายซูตอบ สาวใช้อีกสามคนมองหน้าหลินเมิ้งหยา ดวงตาฉงนเฮ้อ รู้สึกว่านับตั้งแต่วันที่นายหญิงทะเลาะกับท่านอ๋อง ตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา ความจำของนายหญิงเหมือนจะยิ่งแย่ลง“อ๋อ ข้าลืมจริงๆ ด้วย ตอนนี้เวลาไม่คอยท่าแล้ว พวกเรากลับกันเถิด”ฝนยังตกปรอยๆ ทว่าสีของท้องฟ้ากลับมืดสนิทแล้วชิงหูสั่งให้คนนำรถม้าคันเล็กมา เพื่อพาหญิงสาวทั้งห้ากลับจวนคิดไม่ถึงเลยว่า เพียงก้าวเท้าออกมาที่หน้าประตูร้านฝูหรงโหลว จะมีคนขี่ม้าฝ่าฝนผ่านมา“พี่หญิง! พี่หญิงยังอยู่ที่นี่หรือไม่?”หนุ่มน้อยส่งเสียงร้อนรน กระโดดลงจากหลังม้าหลินเมิ้งหยาแหวกผ้าม่านรถม้า ก่อนจะได้เห็นร่างเปียกโชกของหลินจงอวี้“ข้าอยู่นี่ เสี่ยวอวี้ เป็นอะไรไป?”สีหน้าของหนุ่มน้อยแสดงให้เห็นถึงความกระวนกระวายอย่างเห็นได้ชัด เขาร้องโหวกเหวกโวยวายเสียงด