นแววตาจึงวาวโรจน์เพราะความโกรธเกรี้ยวฮ่องเต้แห่งต้าจิ้นไม่ได้ออกว่าการนานกว่าครึ่งปีแล้ว ไม่รู้ว่าเหตุใดต้องทูลพระองค์ก่อน“ในเมื่อเป็นแขก ข้าเห็นว่าไม่จำเป็นต้องพาสาวใช้ไปมากมาย ได้ยินมาว่าฮ่องเต้หมิงจะเสด็จกลับซีฟานในไม่ช้า เช่นนั้นคงไม่จำเป็นต้องเอาของไปมากมายนัก”ในเมื่อต้องการส่งหมิงเยว่เข้าไปที่จวนของเขา เช่นนั้นหลงเทียนอวี้จึงต้องเสนอเงื่อนไขสีหน้าของฮ่องเต้หมิงเคร่งขรึม พยักหน้าลงนัยน์ตาเผยให้เห็นแสงเปล่งประกายบางอย่างขอเพียงหลงเทียนอวี้พาหมิงเยว่กลับไปด้วยตนเองก็เพียงพอแล้ว“ขอบพระทัยฮ่องเต้หมิง ตอนนี้ดึกมากแล้ว เช่นนั้นกระหม่อมขอทูลลา”พูดจบ หลงเทียนอวี้เดินออกไปจากห้องทันที“ท่านอ๋อง รอหม่อมฉันด้วย”ทั้งโกรธทั้งอับอาย หันไปถลึงตาใส่หูเทียนเป่ยหนึ่งครั้ง ก่อนจะรีบวิ่งตามหลงเทียนอวี้ไปห้องขนาดใหญ่จึงเหลือเพียงฮ่องเต้หมิงและหูเทียนเป่ยยกชาขึ้น ในสายตาของคนภายนอก ฮ่องเต้หมิงผู้นี้เป็นเพียงคนหยาบคายและไร้จริยธรรมแต่ใครจะรู้เล่าว่า อันที่จริงเขาได้ศึกษาตำรับตำราตั้งแต่เด็ก อีกทั้งยังเรียนศิลปะการต่อสู้จนช่ำชอง ไม่แพ้ฮ่องเต้แห่งต้าจิ้นอย่างเช่น ชาในมือของเขา คนของอี้จ้านล้วนคิดว่าเขาเป็นพวกชอบร่ำสุราหนัก ดังนั้นจึงนำเพียงชาดอกมะลิดาษดื่นมาชงให้ดมกลิ่นอันน้อยน้อย ก่อนจะจิบลงไปโดยที่สีหน้ายังคงเหมือนเดิม“เสด็จพ่อกำลังโกรธที่ข้าพูดแทรกใช่หรือไม่?”ในราชวงศ์แห่งซีฟาน คนที่เหมือนเขาที่สุดด