าวใช้ทั้งสี่เป็นกังวลตลอดหลายวันที่ผ่านมา หลินเมิ้งหยาเอาแต่นอน ทั้งอาหารและยากินเข้าไปเพียงน้อยนิดหากเป็นเช่นนี้ต่อไป ร่างกายของนางคงทนไม่ไหว“พี่สาว…พี่สาว…”หลินจงอวี้ที่ออกจากจวนไปตั้งแต่เช้ารีบวิ่งกลับเข้ามา“ชู่ นายน้อยอวี้เบาๆ หน่อยเจ้าค่ะ นายหญิงเพิ่งหลับไป”ป๋ายซ่าวจับตัวหลินจงอวี้เอาไว้ นิ้วมือยกขึ้นแนบริมฝีปาก ก่อนจะเบิกตาโต“ข้าไม่รู้นี่นา พี่ป๋ายซ่าวปล่อยให้ข้าเข้าไปหน่อยเถิด พี่สาวนอนหลับมาสามวันแล้ว หากนางยังนอนอยู่แบบนี้ ข้ากลัวว่านางจะกลายเป็นหมู!”หลินจงอวี้แลบลิ้น ส่งเสียงทะเล้น“เฮ้อ ก็ได้ แต่ท่านเคลื่อนไหวเบาๆ หน่อยแล้วกัน อย่ารบกวนนายหญิงล่ะ”ป๋ายซ่าวไม่มีทางเลือก แง้มประตูเปิดออกเพื่อปล่อยให้หลินจงอวี้เข้าไปตอนแรกคิดว่าหลินเมิ้งหยากำลังนอนหลับอยู่บนเตียง แต่เมื่อหลินจงอวี้เข้ามาแล้ว เขากลับได้เห็นนางนั่งขีดเขียนอยู่ที่โต๊ะทำงาน“พี่สาว? ทำอะไรอย่างนั้นหรือ?”เดินเข้าไปด้วยความประหลาดใจ แต่กลับได้เห็นหลินเมิ้งหยากำลังพยายามเขียนบางอย่างลงในกระดาษซวนจื่อ“เจ้ามานี่ซิ รีบช่วยพี่สาวดูหน่อยว่าเขียนออกมาเป็นอย่างไรบ้าง?”หลินเมิ้งหยาไร้ซึ่งท่าทางของคนอกหักจนไม่เป็นอันกินอันนอนตลอดหลายวันที่ผ่านมา นางทำงานอดิเรกสมัยมหาวิทยาลัย โดยการเขียนเรื่องราวของไท่จื่อที่เกิดขึ้นในเขาหลิงจูทั้งหมดออกมา แต่กลับเปลี่ยนชื่อตัวละครเท่านั้นแม้จะปราศจากความรัก แต่อย่างน้อยก็ยังมีเรื่องให้ต้องจัด