“กับหม่อมฉัน? หมู่เฟยหมายความว่าอย่างไรเพคะ? อีกไม่นานฮ่องเต้หมิงก็จะกลับซีฟานแล้ว องค์หญิงมิกลับไปด้วยหรือเพคะ?”
หลินเมิ้งหยาแสร้งทำทีไม่เข้าใจความหมายในคำพูดของพระสนมเต๋อเฟย ดวงตาทั้งสองข้างฉงนงงงวยพระสนมเต๋อเฟยกลับไม่คิดอะไรมาก มุมปากหยักยกขึ้นเผยรอยยิ้มอ่อนโยน“ฮ่องเต้หมิงมีความประสงค์ให้องค์หญิงหมิงเยว่หาตระกูลที่เหมาะสมแล้วแต่งงาน ต่อมานางชอบพออวี้เอ๋อร์ ข้ารู้ว่าพวกเจ้าเพิ่งจะแต่งงานกันได้ไม่นาน เรื่องนี้ดูจะเป็นการไม่สมควร แต่เพราะอีกฝ่ายเป็นถึงฮ่องเต้แห่งซีฟาน ข้าเองก็ไม่อาจปฏิเสธได้”โชคดีที่หลินเมิ้งหยาเตรียมใจไว้ก่อนแล้ว ดังนั้นคำพูดของพระสนมเต๋อเฟยจึงเสมือนการปรึกษากันเสียมากกว่า“เรื่องนี้…หย๋าเอ๋อร์คิดว่าต้องถามความสมัครใจจากท่านอ๋องก่อนเพคะ หม่อมฉันเป็นเพียงภรรยาเท่านั้น หม่อมฉันคงไม่อาจตัดสินใจเรื่องนี้ได้”นางรู้จักอุปนิสัยใจคอของหลงเทียนอวี้ดี ถ้าหากเขาไม่อยากทำ ไม่ว่าใครก็มิอาจบีบบังคับเขาได้เมื่อถึงเวลานั้น ขอเพียงนางพูดเอาชนะหลงเทียนอวี้ได้ องค์หญิงหมิงเยว่จะไม่มีทางย่างกรายเข้ามาในจวนได้อีกเลยพระสนมเต๋อเฟยย่อมรู้จักลูกชายของตนเองดีด้วยอุปนิสัยของเขา หากมิใช่เพราะตอนนั้นฮองเฮานำชีวิตของตนเองมาข่มขู่หลงเทียนอวี้เกรงว่า เด็กคนนั้นคงไม่มีวันยอม“เฮ้อ เจ้าพูดก็ถูก เหตุใดข้าจึงลืมเรื่องนี้ไปได้นะ จริงสิ เจ้าช่วยหมู่เฟยได้หรือไม่?”ใช่ว่านางจะมองไม่เห็นความรู้สึกระหว่างอว