“องค์หญิงหมิงเยว่เปรียบเสมือนแขก แน่นอนว่าข้าต้องทำการต้อนรับอย่างดี ท่านอ๋อง พวกเราไปถวายคำนับหมู่เฟยกันก่อนเถิดเพคะ”
หลินเมิ้งหยาหยักยิ้มเล็กน้อย ก่อนจะดึงแขนออกจากมือเจียงหรูฉินตั้งแต่ต้นจนจบ สายตาของหลงเทียนอวี้มิเคยตกลงบนร่างของเจียงหรูฉินเขาเพิกเฉยกับการมีตัวตนของนาง ดังนั้นเปลวไฟจึงลุกโชนขึ้นในหัวใจของเจียงหรูฉินรอดูก่อนเถิด ต่อจากนี้ไป จวนอวี้จะไม่มีวันสงบสุขอีก!แต่ละคนกลับไปยังตำหนักของตนเองเพื่ออาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้าจิ่นเยว่รีบกลับไปยังตำหนักหยาเสวียนเพื่อทูลพระสนมเต๋อเฟย หลินเมิ้งหยาเปลี่ยนเสื้อผ้าเสร็จแล้วจึงพาสาวใช้ทั้งสี่ไปยังตำหนักหยาเสวียนทันทีที่ก้าวเข้ามา เสียงหัวเราะคิกคักของหญิงสาวพลันดังเข้ามากระทบหูเลิกคิ้วขึ้นสูง ดูเหมือนองค์หญิงหมิงเยว่จะเป็นคนมือไวใจเร็วเสียเหลือเกิน“พระชายาเสด็จ…”สายตาของคนที่อยู่ภายในหันมามองพร้อมกันโดยมิได้นัดหมายถวายคำนับพระสนมเต๋อเฟย ส่งยิ้มอ่อนโยน ราวกับมิใช่คนเดียวกันกับหญิงสาวที่วิ่งทำแผลให้ทหารในสิงกง“เมื่อครู่หม่อมฉันยังพูดอยู่เลยว่าพระชายาอวี้เป็นคนที่พบเจอได้ยากยิ่ง เพียงสบตากันครั้งเดียว หม่อมฉันยังรู้สึกได้เลยว่าพวกเรามีชะตาต่อกัน”หมิงเยว่นั่งอยู่ด้านล่างที่ประทับของพระสนมเต๋อเฟยซึ่งเป็นตำแหน่งที่นั่งของหลินเมิ้งหยา“ใช่แล้วเพคะ พี่สะใภ้ของข้ามิใช่คนธรรมดา การที่พี่ชายได้นางมาเป็นภรรยา อาจเป็นเพราะผลบุญที่ทำมาจากชาติปางก่อน”เจีย