งหรูฉินปรับเปลี่ยนทัศนคติและคำพูดจา นางเอ่ยชมหลินเมิ้งหยาไม่ขาดปาก“ชมเกินไปแล้ว ข้าเป็นเพียงคนที่คอยช่วยเหลือท่านอ๋องเท่านั้น แต่เพราะท่านอ๋องไม่ชอบออกปาก ดังนั้นข้าจึงต้องออกหน้าแทน”หลินเมิ้งหยาแสดงท่าทีอ่อนน้อมถ่อมตน ทำให้ทั้งสองรู้สึกเหมือนกำลังตีสำลีนุ่มๆพระสนมเต๋อเฟยชำเลืองมองทางเด็กสาวทั้งสองอย่างไม่เข้าใจ นัยน์ตาเปล่งประกาย“เอาล่ะ เจ้าอย่ายืนอยู่ตรงนั้นเลย มานั่งเถิด”เมื่อเทียบกับเจียงหรูฉินที่เป็นหลานสาวแล้ว พระสนมเต๋อเฟยไม่เคยใช้คำพูดสนิทสนมเช่นนี้กับใครมาก่อนแต่กับหลินเมิ้งหยา พระสนมเต๋อเฟยรู้สึกราวกับว่านางเป็นลูกสาวคนหนึ่งของตนเองหลงเทียนอวี้ส่งคนมาส่งข่าวให้พระสนมเต๋อเฟยได้รับรู้เกี่ยวกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นบนเขาหลิงจูหมดแล้วเมิ้งหยาเป็นคนฉลาด นางจัดการทุกอย่างได้อย่างดีเยี่ยม นางรู้สึกพึงพอใจในตัวลูกสะใภ้คนนี้ยิ่งนัก“ท่านอ๋องเสด็จ…”หลินเมิ้งหยาเพิ่งจะนั่งลง ร่างของหลงเทียนอวี้พลันปรากฏขึ้นที่หน้าประตูตำหนักหยาเสวียนถอดชุดเปรอะเปื้อนของตนเอง อาบน้ำชำระร่างกายจนสะอาด ความหล่อเหลาสง่างามจึงปรากฏขึ้นอีกครั้ง“ลูกขอถวายคำนับหมู่เฟย หลายวันมานี้ทำให้หมู่เฟยต้องเป็นห่วง ลูกอกตัญญูยิ่งนัก”เมื่ออยู่ต่อหน้าพระพักตร์พระสนมเต๋อเฟย ใบหน้าเย็นชาของหลงเทียนอวี้พลันหายไปเขามิเหมือนชายหล่อเหลาผู้แสนเย็นชาอีกต่อไป แต่กลับเป็นชายที่มีชีวิตจิตใจคนหนึ่งแม้พระสนมเต๋อเฟยจะเอ็นดูเขามาก แต่เพร