ามาในจวนได้อีกเลยพระสนมเต๋อเฟยย่อมรู้จักลูกชายของตนเองดีด้วยอุปนิสัยของเขา หากมิใช่เพราะตอนนั้นฮองเฮานำชีวิตของตนเองมาข่มขู่หลงเทียนอวี้เกรงว่า เด็กคนนั้นคงไม่มีวันยอม“เฮ้อ เจ้าพูดก็ถูก เหตุใดข้าจึงลืมเรื่องนี้ไปได้นะ จริงสิ เจ้าช่วยหมู่เฟยได้หรือไม่?”ใช่ว่านางจะมองไม่เห็นความรู้สึกระหว่างอวี้เอ๋อร์และหย๋าเอ๋อร์ตอนนั้นระหว่างนางและฮ่องเต้เองก็มีความรู้สึกลึกซึ้งต่อกันเช่นนี้ดังนั้น อวี้เอ๋อร์จะต้องฟังคำพูดของหย๋าเอ๋อร์อย่างแน่นอน“หมู่เฟยอยากให้หย๋าเอ๋อร์ช่วยพูดโน้มน้าวท่านอ๋องหรือเพคะ?”หลินเมิ้งหยาแสดงท่าทีลำบากใจ หลังจากไตร่ตรองดูแล้ว จึงพยักหน้าลง“แม้หย๋าเอ๋อร์จะไม่อาจรับปากได้ว่าจะสำเร็จหรือไม่ แต่หย๋าเอ๋อร์จะลองพยายามดูเพคะ”เก็บซ่อนความรู้สึกของตนเองเอาไว้ในใจ หลินเมิ้งหยาแอบเชื่อว่าหลงเทียนอวี้ไม่มีทางตอบตกลงอย่างแน่นอน“เฮ้อ หากเป็นหลินหลางก็คงดี อวี้เอ๋อร์ฟังคำพูดของนาง น่าเสียดายเหลือเกิน”คำพูดของพระสนมเต๋อเฟยทำให้หลินเมิ้งหยาผงะพยายามสะกดกลั้นความหึงหวงและเจ็บปวดในหัวใจและแสดงท่าทีเป็นปกติ ก่อนจะลองไถ่ถามเรื่องเกี่ยวกับหลงเทียนอวี้“หมู่เฟย ท่านหญิงหลินหลางคือใครหรือเพคะ หม่อมฉันเคยได้ยินท่านอ๋องพูดถึงเช่นเดียวกัน”พระสนมเต๋อเฟยชำเลืองมองนางเล็กน้อย ก่อนจะส่ายหน้า“หลินหลางเติบโตมาพร้อมกับอวี้เอ๋อร์ ต่อมา…..ช่างเถิด เรื่องนี้คงพูดไม่จบเพียงประโยคสองประโยค เอาล่ะ เจ้าออกไปก่อนเ