นี้ดูจะเป็นการไม่สมควร แต่เพราะอีกฝ่ายเป็นถึงฮ่องเต้แห่งซีฟาน ข้าเองก็ไม่อาจปฏิเสธได้”โชคดีที่หลินเมิ้งหยาเตรียมใจไว้ก่อนแล้ว ดังนั้นคำพูดของพระสนมเต๋อเฟยจึงเสมือนการปรึกษากันเสียมากกว่า“เรื่องนี้…หย๋าเอ๋อร์คิดว่าต้องถามความสมัครใจจากท่านอ๋องก่อนเพคะ หม่อมฉันเป็นเพียงภรรยาเท่านั้น หม่อมฉันคงไม่อาจตัดสินใจเรื่องนี้ได้”นางรู้จักอุปนิสัยใจคอของหลงเทียนอวี้ดี ถ้าหากเขาไม่อยากทำ ไม่ว่าใครก็มิอาจบีบบังคับเขาได้เมื่อถึงเวลานั้น ขอเพียงนางพูดเอาชนะหลงเทียนอวี้ได้ องค์หญิงหมิงเยว่จะไม่มีทางย่างกรายเข้ามาในจวนได้อีกเลยพระสนมเต๋อเฟยย่อมรู้จักลูกชายของตนเองดีด้วยอุปนิสัยของเขา หากมิใช่เพราะตอนนั้นฮองเฮานำชีวิตของตนเองมาข่มขู่หลงเทียนอวี้เกรงว่า เด็กคนนั้นคงไม่มีวันยอม“เฮ้อ เจ้าพูดก็ถูก เหตุใดข้าจึงลืมเรื่องนี้ไปได้นะ จริงสิ เจ้าช่วยหมู่เฟยได้หรือไม่?”ใช่ว่านางจะมองไม่เห็นความรู้สึกระหว่างอวี้เอ๋อร์และหย๋าเอ๋อร์ตอนนั้นระหว่างนางและฮ่องเต้เองก็มีความรู้สึกลึกซึ้งต่อกันเช่นนี้ดังนั้น อวี้เอ๋อร์จะต้องฟังคำพูดของหย๋าเอ๋อร์อย่างแน่นอน“หมู่เฟยอยากให้หย๋าเอ๋อร์ช่วยพูดโน้มน้าวท่านอ๋องหรือเพคะ?”หลินเมิ้งหยาแสดงท่าทีลำบากใจ หลังจากไตร่ตรองดูแล้ว จึงพยักหน้าลง“แม้หย๋าเอ๋อร์จะไม่อาจรับปากได้ว่าจะสำเร็จหรือไม่ แต่หย๋าเอ๋อร์จะลองพยายามดูเพคะ”เก็บซ่อนความรู้สึกของตนเองเอาไว้ในใจ หลินเมิ้งหยาแอบเชื่อว่าหลงเทีย