ส่เสื้อผ้าจนเสร็จ นางรีบถามถึงคนที่ได้รับบาดเจ็บทันที“จะว่าไปแล้วไท่จื่อไร้ยางอายยิ่งนัก”ป๋ายจื่อระบายความโกรธออกมา ป๋าวซ่าวรีบปิดปากของนางเอาไว้ ก่อนจะกระซิบ“ยัยเด็กน้อย ลดเสียงของเจ้าลงหน่อยเถิด หากไท่จื่อได้ยินเข้า พวกเราคงได้เดินทางไปโลกหน้า”ป๋ายจื่อเบะปาก แม้จะไม่ยินยอมที่ก็ไม่กล้าพูดอะไรออกมาอีกสุดท้าย ป๋ายจีจึงเป็นผู้เล่าเหตุการณ์ในตอนเช้าให้ฟังหลังจากเป็นห่วงและยุ่งวุ่นวายตลอดคืน เพราะเรี่ยวแรงที่ถูกใช้ออกไปจนหมด หลินเมิ้งหยาจึงนอนอยู่ในอ้อมกอดของหลงเทียนอวี้แต่หลงเทียนอวี้ตื่นแต่เช้า เขาและหลงชิงหานเข้าไปดูแลผู้ที่ได้รับบาดเจ็บหูเทียนเป่ยกลับไปหาพรรคพวกของตนเอง ก่อนจะตามพวกทหารของซีฟานออกมาหลังจากผ่านการรักษามาหนึ่งคืน ผู้ได้รับบาดเจ็บอาการดีขึ้น ตอนนี้เอง ไท่จื่อที่มิเคยใส่ใจอะไรปรากฏตัวขึ้น กิริยาวาจามีเมตตา สั่งให้คนนำเนื้อสัตว์ไปทำเป็นโจ๊กและแจกจ่ายให้กับพวกทหารแต่เพราหลินเมิ้งหยาสั่งเอาไว้ว่าให้ตระกูลที่มีสัมพันธไมตรีอันดีกับจวนอวี้ส่งสาวใช้ของตนเองมาช่วยทำหมั่นโถว โจ๊กผักและอาหารธรรมดาดังนั้นอาหารเช้าสองอย่างที่แตกต่างกันจึงถูกวางลงตรงหน้าของพวกทหารตอนแรกไท่จื่อคิดว่าทหารจะเลือกอาหารที่มีทั้งเนื้อสัตว์และไข่ของตนเองแต่เขาคิดไม่ถึงเลยว่าทหารที่ได้รับบากเจ็บจะเดินไปหยิบโจ๊กข้าวหอมมะลิของหลินเมิ้งหยาและไม่แตะต้องโจ๊กของเขาไท่จื่อโกรธมาก เขาคิดจะนำอาหารเหล่านั้นไปให้ทหาร