“ดี เช่นนั้นข้าไปก่อนล่ะ ระวังตัวเองด้วยนะเจ้าเด็กน้อย”
ชิงหูยกมือขึ้นลูบเส้นผมยาวสลวยของหลินเมิ้งหยา นัยน์ตาสั่นไหว เผยให้เห็นความอ่อนโยนทั้งที่เป็นการกระทำปกติธรรมดาทั่วไป ทว่าเมื่อตกอยู่ในสายตาของหลงเทียนอวี้ มันมิต่างอะไรจากการถูกยั่วยุ“รู้แล้วน่า เจ้าวางใจเถิด ข้าจะดูแลตัวเองให้ดี”หลินเมิ้งหยารู้ดีว่าคนที่ชิงหูรู้สึกไม่สบายใจเมื่อต้องห่างที่สุดคือตนเองปกติเขามักจะไม่แสดงออก แต่เมื่อนางตกอยู่ในอันตราย เขามักจะช่วยเหลือนางอย่างรอบคอบเสมอชิงหูพยักหน้าลง เหลือบมองชายหนุ่มอีกสองคน ก่อนจะออกจากกระโจมไปเมื่อหันหน้า กลับได้เห็นใบหน้านิ่วคิ้วขมวดของหลงเทียนอวี้“ท่านอ๋อง?”หลินเมิ้งหยาส่งเสียงเรียก ดวงตาเปี่ยมไปด้วยความสงสัยหรือเพราะแผนการของพวกเขาไม่ราบรื่น ใบหน้าของหลงเทียนอวี้จึงไม่น่ามองเช่นนี้?“ไม่มีอะไร เมื่อครู่เจ้าส่งชิงหูไปทำเรื่องอะไร?”หากเป็นแต่ก่อน หลงเทียนอวี้ไม่แม้แต่จะฟังเรื่องของผู้อื่นเขากับหลินเมิ้งหยาแบ่งขอบเขตการทำงานกันอย่างชัดเจน โดยจะไม่เข้าไปก้าวก่ายกันเด็ดขาดแต่ไม่รู้ว่าเพราะเหตุใด เพียงได้เห็นความสนิทสนมระหว่างชิงหูกับหลินเมิ้งหยาในวันนี้ ความขุ่นมัวพลันปรากฏขึ้นในหัวใจความรู้สึกนั้น เหมือนกับว่าพวกเขามีความลับต่อกันและกัน ทว่าเขากลับกลายเป็นคนนอกขณะเดียวกัน หัวใจของท่านอ๋องผู้นี้จึงรู้สึกขุ่นเคืองขึ้นมา“อันที่จริงก็ไม่มีอะไรหรอกเพคะ”หลินเมิ้งหยากลับไม่คิดอะไรมา