น? ไข้ยังไม่ลดอย่างนั้นหรือ?”หลินเมิ้งหยาเอ่ยถาม เยว่ฉีซึ่งนั่งอยู่ขอบเตียงส่ายหน้าพลางเอ่ย“ยังเลยเจ้าค่ะ หมอหลวงบอกว่าอาจเกิดการติดเชื้อที่บาดแผลสักจุดหนึ่ง ดังนั้นไข้จึงยังไม่ลด หากยังไม่ทายาให้เรียบร้อย ต่อให้ดื่มยาขนานไหนก็ไม่มีวันหาย”ท่ามกลางการช่วยเหลือจากพวกป๋ายซ่าว เยว่ฉีตรวจสอบร่างกายของเยว่ถิง แต่นางกลับไม่พบบาดแผลใดๆหลินเมิ้งหยากัดริมฝีปากแน่น เหตุเพราะนางนึกถึงเรื่องที่ทุกคนไม่มีวันคาดคิดขึ้นมาได้“ท่านอ๋องพาเสี่ยวอวี้ออกไปก่อนเถิดเพคะ ป๋ายจี ป๋ายซ่าว พวกเจ้าเตรียมอ่างน้ำให้กับข้า ป๋ายจื่อจงนำยาที่หมอหลวงจ่ายให้ไปละลายน้ำแล้วใส่ลงไปในอ่าง”
หลินเมิ้งหยารู้ดีว่าคนที่ชิงหูรู้สึกไม่สบายใจเมื่อต้องห่างที่สุดคือตนเอง
ปกติเขามักจะไม่แสดงออก แต่เมื่อนางตกอยู่ในอันตราย เขามักจะช่วยเหลือนางอย่างรอบคอบเสมอชิงหูพยักหน้าลง เหลือบมองชายหนุ่มอีกสองคน ก่อนจะออกจากกระโจมไปเมื่อหันหน้า กลับได้เห็นใบหน้านิ่วคิ้วขมวดของหลงเทียนอวี้“ท่านอ๋อง?”หลินเมิ้งหยาส่งเสียงเรียก ดวงตาเปี่ยมไปด้วยความสงสัยหรือเพราะแผนการของพวกเขาไม่ราบรื่น ใบหน้าของหลงเทียนอวี้จึงไม่น่ามองเช่นนี้?“ไม่มีอะไร เมื่อครู่เจ้าส่งชิงหูไปทำเรื่องอะไร?”หากเป็นแต่ก่อน หลงเทียนอวี้ไม่แม้แต่จะฟังเรื่องของผู้อื่นเขากับหลินเมิ้งหยาแบ่งขอบเขตการทำงานกันอย่างชัดเจน โดยจะไม่เข้าไปก้าวก่ายกันเด็ดขาดแต่ไม่รู้ว่าเพราะเหตุใด เพียงได้เห็นควา