มิอาจอธิบายได้ ไม่ยอมรับ เกรงว่าจะไม่ได้รับความเชื่อใจ“อันที่จริง เจ้ามิได้เปลี่ยนไป สมัยยังเด็ก เจ้าเป็นคนฉลาด แม้ต่อมาเจ้าจะกลายเป็นสติฟั่นเฟือนโดยไร้สาเหตุ แต่ข้าเชื่อเสมอว่าเจ้ายังเป็นหลินเมิ้งหยาในความทรงจำของข้า”หลินเมิ้งหยาไม่รู้ว่าควรพูดอะไร นางยังไม่อาจหาวิธีรับมือกับเรื่องนี้ได้“พี่เยว่ถิง ท่านอย่าไปจากข้าได้หรือ?”พอมาถึงตอนนี้ หลินเมิ้งหยาเพิ่งรู้ตัวว่าตนเองกลัวการจากลามากขนาดไหนนางกลัวสูญเสียความสวยงามในชีวิตตอนนี้ไป กลัวว่าจะต้องสูญเสียคนที่ตนเองให้ความสำคัญกุมมือเย็นเฉียบของเยว่ถิง ไม่เคยมีครั้งไหนเลยที่นางจะรู้สึกกระวนกระวายเหมือนอย่างตอนนี้เยว่ถิงไม่พูดอะไรอีก ดวงตาเงยขึ้นจ้องมองเพดาน นอนบนเตียงนิ่ง ไม่ส่งเสียงใดๆหลินเมิ้งหยานั่งลงข้างเตียง เฝ้าเยว่ถิงตลอดทั้งคืนความเจ็บปวดที่กำลังแล่นพล่านทำให้หลินเมิ้งหยาไม่อาจข่มตานอนได้หลินเมิ้งหยารู้สึกชาที่ขา สัมผัสได้ถึงอะไรบางอย่าง ก้มหน้าลง แต่นางได้เห็นอาเสวี่ยกำลังหนุนขาของนางบนร่างถูกคลุมด้วยผ้าขนแกะ พี่เยว่ถิงยังคงหลับสนิท ใครกันนะที่เอาใจใส่นางถึงเพียงนี้?อุ้มอาเสวี่ยออกมานอกกระโจม ตอนนี้ยังเช้า นอกจากองครักษ์แล้ว ก็ไม่มีผู้อื่นอีกหลินเมิ้งหยาอุ้มอาเสวี่ยไปทางห้องของสาวใช้ทั้งสี่ทุกคนกำลังนอนหลับ ค่อยๆ ย่อง อุ้มอาเสวี่ยออกมายังทุ่งหญ้าข้างที่พักเช้าตรู่ในฤดูใบไม้ร่วงมีความเย็นบ้างเล็กน้อยแม้อาเสวี่ยจะยังเด็ก แต่ร่างกาย