่มีทางรับผิดชอบไหวแน่นอน”สกุลหลินเปรียบเสมือนเสือหมอบในราชวงศ์ ยิ่งไปกว่านั้นยังปฏิบัติตนอยู่ในครรลองครองธรรมแม้แต่ซ่างกวนชิงและหลินเมิ้งหวู่เองก็ต้องอยู่ภายใต้การปกครองของท่านพ่อสกุลหลินมีทายาทสืบทอดรุ่นต่อรุ่นเป็นร้อยปี อีกทั้งยังเป็นสกุลเดียวที่อยู่รอดมาได้นับตั้งแต่ก่อตั้งต้าจิ้นตั้งแต่ก่อตั้งต้าจิ้น อำนาจทางการทหารตกอยู่ในมือสกุลหลินมาโดยตลอดไม่ว่าจะมีการเปลี่ยนกี่บัลลังก์ สกุลหลินยังคงยืนหยัดอยู่ได้เสมอ สิ่งนี้แสดงให้เห็นถึงความน่าเกรงขามของสกุลหลินดังนั้น ฮองเฮาจึงพยายามวางแผนส่งน้องสาวตนเองมาแต่งงานกับท่านพ่อสาเหตุหลักก็คงเพื่อควบคุมอำนาจสกุลหลินแต่สกุลหลินที่สงบนิ่งราวเสือหมอบเสมอมา กลับทำให้ผู้อื่นลืมไปว่าพวกเราสกุลหลินถือครองอำนาจทางการทหารมากน้อยเพียงไหนแม้แต่ฮองเฮา หากทำให้สกุลหลินขุ่นเคือง เกรงว่าจะหนีเพลิงแห่งความแค้นไม่พ้น“ฮึ หากเจ้าไม่พูดข้าเองก็คงลืมไปแล้ว เจ้าคิดว่าสกุลหลินจะเบ่งอำนาจไปได้อีกนานแค่ไหนกันเชียว?”น้ำเสียงของฮูหยินเยว่เจือไว้ซึ่งความสุขใจทั้งที่ผู้อื่นกำลังมีความทุกข์ ดวงตาของหลินเมิ้งหยาสั่นไหวเล็กน้อย สตรีตรงหน้าจึงเงียบลงทว่า หลินเมิ้งหยาที่ได้ยินคำพูดของนางรีบเอ่ยถาม“หมายความว่าอย่างไร?”ฮูหยินเยว่หลบตาหลินเมิ้งหยา ทว่าสายตากระหยิ่มยิ้มย่องกลับเผยความจริงในใจของนางออกมาข้างกายของหลินจงอวี้คือทหารองครักษ์ราวสิบกว่าคน ทุกคนเข้ามาห้อมล้อมบริเวณนี้เอา