ิ่งกระไร อย่าว่าแต่เรื่องที่บอกว่าจะเอากลับก็เอากลับไปได้ แต่เขายังแอบอ้างชื่อของนางในการเอากลับไปด้วยเมื่อคิดได้ว่าบรรยากาศในจวนจะกลับมาสงบอีกครั้ง ความว้าวุ่นในสมองจึงหายไปมากเลยทีเดียว“เพคะ เช่นนั้นรีบไปรีบกลับนะเพคะ”หลินเมิ้งหยาอุ้มลูกหมาป่าแล้วนั่งลงบนเตียง ช่วงบ่ายไม่มีอะไรมาก ทุกคนเพียงดื่มกินกันอยู่ในกระโจมนางขี้เกียจออกไปด้านนอก ดังนั้นจึงอยู่เล่นกับอาเสวี่ยภายในกระโจมชิงหูเลิกอำพรางกาย เขาปรากฏตัวต่อหน้าหลินเมิ้งหยาและเล่นกับอาเสวี่ย“คิดไม่ถึงเลยว่าเจ้าจะเลี้ยงพวกหมาป่าได้ดีขนาดนี้”อาเสวี่ยตั้งท่าป้องกันชิงหูอย่างดี ทุกครั้งที่เขาเข้าใกล้ มันจะเข้าไปกัดพร้อมทั้งส่งเสียงขู่ “ฮึ่มฮึ่ม”“อะไรกันเล่า ข้าเลี้ยงเพียงอาเสวี่ยตัวเดียวเท่านั้น”ชิงหูเบะปาก พร้อมยกตัวอาเสวี่ยด้วยมือข้างเดียวมาวางไว้ตรงหน้าของตนเอง“เจ้าเลี้ยงดูเจ้าเด็กหลินจงอวี้ด้วย เผลอๆ เขาอาจจะเป็นหัวหน้าของพวกหมาป่าก็ได้”เรื่องของเสี่ยวอวี้ หลินเมิ้งหยาคำนวณไว้ในใจแล้วเมื่อได้เห็นทักษะการต่อสู้ของป๋ายซู หลินเมิ้งหยาจึงลองตั้งทฤษฎีขึ้นมา ทว่า เมื่อคิดได้ว่าพอเขาเติบใหญ่และอาจจะจากนางไป อยู่ๆ หลินเมิ้งหยาก็รู้สึกไม่ยินยอม“ไม่ว่าจะเป็นหมาป่าหรือเสือ ไม่ช้าก็เร็ว พวกมันต้องขึ้นเป็นผู้นำอยู่ดี ข้าไม่กังวลหรอก จริงสิ เจ้าได้เบาะแสอะไรจากการไปจับตามองหูลู่หนานบ้าง?”เมื่อพูดถึงเรื่องนี้ สีหน้าของชิงหูพลันเปลี่ยนไป“ไอ้องค์