ได้”หลังจากได้รู้จักกัน แม้เป็นเพียงระยะเวลาสั้นๆ แต่ป๋ายซูกลับมองความคิดของหลินเมิ้งหยาออกแม้นางจะเป็นพระชายา แต่นางกลับให้ความสำคัญพวกนางเสมือนมิตรสหายดังนั้นเพื่อพระชายาแล้ว ป๋ายซูยินยอมพลีกายถวายชีวิตเพื่อปกป้องคนเหล่านี้“ดี เช่นนั้นข้าก็วางใจ ป๋ายซ่าวและป๋ายจื่อจงตามข้ากลับไปในงานเลี้ยง”เกรงว่าการหายตัวออกจากงานของนางจะทำให้ผู้อื่นสงสัยดังนั้นไท่จื่อและหูลู่หนานเองก็กลับเข้าไปในงานแล้วเช่นเดียวกัน แล้วนางจะพลาดโอกาสเห็นอะไรสนุกๆ ได้อย่างไรงานเลี้ยงยังคงดำเนินต่อไป ผลปรากฏว่าทุกคนล้วนกลับมาแล้ว เมื่อหลินเมิ้งหยากลับเข้าไปในงานอีกครั้ง สายตาหลายคู่จับจ้องมาทางนาง“ท่านอ๋อง ขอบพระทัยที่เป็นห่วงเพคะ”หลินเมิ้งหยานั่งลงข้างหลงเทียนอวี้ กระซิบเสียงแผ่วเพียงประโยคเดียว ใบหน้าที่เคยเย็นชาพลันอ่อนโยนลงหลังจากเงียบไปอยู่ครู่หนึ่ง อยู่ๆ เขาเอ่ยตอบ“ไม่เป็นไร”หัวใจอบอุ่น ทว่าหลินเมิ้งหยากลับทำเพียงยกแก้วเหล้าขึ้นมาเพื่อปิดบังรอยยิ้มบนใบหน้าของตนเองเอาไว้งานเลี้ยงยังคงดำเนินต่อไป สายตาของไท่จื่อและหูลู่หนานจ้องมองทางหลินเมิ้งหยา ราวกับต้องการจะฉีกร่างของนางออกเป็นชิ้น ๆ“ไท่จื่ออย่าทรงกริ้วเลยเพคะ หม่อมฉันผิดเองที่ทำงานไม่รอบคอบ ไท่จื่อได้โปรดลงโทษหม่อมฉันด้วย”ผู้คนที่อยู่ด้านข้างล้วนเป็นคนสนิทของตนเอง ดังนั้นทั้งสองจึงพูดคุยกันได้โดยมิต้องกังวลชายารองตู๋กูคิดไม่ถึงเลยว่าเรื่องราวจะเปลี่ยนไปเช