าเป็นเพียงคนเดียวที่นางมองข้าม ไม่รู้ว่าเพราะเหตุใด อยู่ๆ ความขุ่นเคืองเล็กน้อยพลันปรากฏขึ้นในหัวใจ“หม่อมฉันเพียงแค่ออกไปเดินเล่นเท่านั้นเพคะ ชิงหูเป็นพยานให้หม่อมฉันได้ ท่านอ๋อง เหตุใดท่านจึงมาอยู่ที่นี่ งานเลี้ยงจบแล้วหรือเพคะ?”ตกใจเล็กน้อย เหตุใดนางจึงได้เจอหลงเทียนอวี้ที่นี่ ความจริงงานเลี้ยงน่าจะยังไม่จบ“เจ้าไม่เป็นไรก็ดีแล้ว”คำพูดของหลินเมิ้งหยาทำให้หลงเทียนอวี้ไม่สบอารมณ์ทั้งที่เขาเป็นห่วงนาง จึงละทิ้งทุกอย่างแล้วรีบกลับมาที่กระโจมหลังนี้แต่ดูเหมือนเขาจะกังวลโดยไร้ประโยชน์เสียแล้วความขุ่นเคืองพลันพวยพุ่งขึ้นในใจของเขา หมุนตัวแล้วเดินออกจากกระโจมไปทิ้งหลินเมิ้งหยาที่ยังไม่รู้เรื่องรู้ราวเอาไว้ภายใน“นายหญิงก็จริงๆ เลย ท่านไม่รู้หรอกว่าท่านอ๋องร้อนใจขนาดไหนที่หาท่านไม่เจอ เหตุใดจึงแสดงท่าทีเช่นนี้เล่าเจ้าคะ”ป๋ายจื่อร้องทวงความยุติธรรมแทนหลงเทียนอวี้ จ้องหน้านายหญิงที่ทำอะไรไม่ถูก“ข้าจะรู้ได้อย่างไร เขา…ช่างเถิด อีกเดี๋ยวข้าค่อยไปขอโทษเขาแล้วกัน พวกเจ้าสี่คนอยู่ที่นี่ ไม่มีสิ่งใดเกิดขึ้นใช่หรือไม่?”ตอนที่ถูกจับตัวไป สิ่งเดียวที่นางกังวลคือกลัวว่าสาวใช้ทั้งสี่จะถูกรังแกแต่โชคดีที่บริเวณรอบๆ มีองครักษ์อยู่มากมาย อีกทั้งยังได้รับการปกป้องจากยอดฝีมืออย่างป๋ายซูหลังจากได้เห็นว่าทุกคนล้วนสบายดี หลินเมิ้งหยาจึงวางใจ“นายหญิงวางใจเถิดเจ้าค่ะ หากป๋ายซูยังอยู่ จะไม่มีใครหน้าไหนทำร้ายพวกเรา