แต่นางเองก็ไม่อาจรับมือได้“องค์ชายรองหมายความว่าอย่างไรเพคะ เซี่ยเฉินไม่เข้าใจ”ใบหน้ายังคงประดับไว้ซึ่งรอยยิ้ม ชายาตู๋กูส่งสัญญาณผ่านทางสายตาให้นำตัวหลินเมิ้งหยาออกไป“สตรีผู้นี้เจ้าเล่ห์ยิ่งนัก ชายารองมิกลัวว่านางจะหนีไปได้ทันทีที่ออกจากกระโจมกระนั้นหรือ?”คิดไม่ถึงเลยว่าหูลู่หนานจะบีบแขนของหลินเมิ้งหยาท่าทางของเขาไม่เหมือนคนที่กำลังเข้ามาช่วยเหลือ“โอ้ว? ที่แท้องค์ชายรองก็มีเรื่องค้างคาใจกับพระชายาอย่างนั้นหรือเพคะ? ในเมื่อทุกคนรู้จักกันดีอยู่แล้ว เช่นนั้นนั่งลงคุยกันก่อนดีหรือไม่?”ชายาตู๋กูเป็นคนฉลาด เพียงมองปราดเดียวก็รู้ได้ทันทีว่าองค์ชายรองแห่งซีฟานมีเป้าหมายเดียวกับไท่จื่อทว่าเรื่องนี้เป็นพระประสงค์ของไท่จื่อ ส่วนจะตกลงกันอย่างไรนั้นคงต้องแล้วแต่การตักสินใจของพระองค์“ใช่แล้ว พวกเราเคยทำความรู้จักกันมาก่อน”หูลู่หนานจ้องหน้าหลินเมิ้งหยาเขม็ง มุมปากหยักยิ้มเย็นชา ราวกับมั่นใจแล้วว่าเขาสามารถเอาชนะหลินเมิ้งหยาได้อย่างแน่นอนคิดไม่ถึงเลยว่าจะมีองค์ชายรองแห่งซีฟานเข้ามาร่วมวงด้วย หลินเมิ้งหยาร้องเตือนตัวเองในใจไท่จื่อและหูลู่หนานกำลังสมคบคิดร่วมมือกัน เกรงว่าวันนี้นางจะเอาตัวรอดยากเสียแล้ว“เหตุใดจึงไม่ส่งเสียงแล้วเล่า? มิใช่ว่าเจ้าเก่งเรื่องต่อล้อต่อเถียงผู้อื่นอย่างนั้นหรือ?”หูลู่หนานจ้องมองหลินเมิ้งหยา นับตั้งแต่วันที่เขาได้เจอหน้านางเป็นครั้งแรก เขารู้สึกหมดความอดทนกับนางเหลือเกินใ