ง ๆ หรือ? หรือเพราะข้ากินเยอะเกินไป? หากเป็นเช่นนั้น ข้าจะไม่กินขนมอีกแล้ว”ท่าทางของป๋ายจื่อเหมือนคนกำลังจะร้องไห้ หลินเมิ้งหยารีบส่ายหน้า“ไม่ใช่เสียหน่อย เจ้าเด็กโง่ ข้าไม่อาจเก็บเจ้าเอาไว้ข้างกายได้ตลอดชีวิต หากชั่วชีวิตนี้ของเจ้าหาคนที่ทำให้เจ้ามีความสุขไม่เจอ เช่นนั้นข้าก็จะเลี้ยงดูเจ้าไปตลอดชีวิต ข้าเพียงแต่แนะนำเจ้าเท่านั้น ส่วนยินยอมหรือไม่ก็แล้วแต่เจ้า เข้าใจแล้วหรือยัง?”ป๋ายจื่อพยักหน้าเหมือนจะเข้าใจแต่ก็ไม่เข้าใจ ขอเพียงคุณหนูยังต้องการนาง นางพร้อมทำทุกอย่างเสมอ“เอาล่ะ พูดเรื่องนี้กับเจ้าตอนนี้ก็ยังนับว่าเร็วเกินไป เจ้าไปบอกป๋ายจีให้ข้าทีว่าพรุ่งนี้พวกเราจะไปเข้าเฝ้าองค์รัชทายาท”ขอบตาของป๋ายจื่อแดงก่ำ ยกมือปาดน้ำตาแล้ววิ่งออกไปร่างสูงยาวพลันปรากฏขึ้นที่ด้านหลังนาง ชิงหูมองดูท่าทางเหม่อลอยของหลินเมิ้งหยา เอ่ยถามเสียงเบา“เจ้าเด็กน้อย กำลังคิดอะไรอยู่หรือ?”เมื่อนางดึงสติกลับมา และมองดูรอยยิ้มขี้เล่นของชิงหู อารมณ์ของหลินเมิ้งหยาจึงดีขึ้นเล็กน้อยผู้ชายคนนี้ ไม่ว่าได้เจอเขาเวลาไหน เขามักจะพยักยิ้มราวกับมิเกรงกลัวฟ้าดินอยู่เสมอ“ข้ากำลังคิดว่าหากวันใดเจ้ามิเชื่อฟังคำสั่ง ข้าจะทรมานเจ้าอย่างไรดี”มองดูดวงตาเปล่งประกายคู่สวยที่กำลังปรากฏร่องรอยของความชั่วร้าย ชิงหูรีบยกมือขึ้นปิดหน้าอก ทว่าสายตาของเขากลับดูเชื้อเชิญ“พอแล้ว พอแล้ว ชอบแสดงท่าทางน่าคลื่นไส้อยู่เรื่อย ข้าหาได้วิปริตผิด