มฟางเจียป้า หลินหนานเซิงเสนอตัวนำทัพ เสี่ยงเป็นเสี่ยงตายจนได้รับชัยชนะในที่สุด พอมาวันนี้ ทั้งที่ท่านแม่ทัพของเรากำลังปกปักดูแลความสงบสุขอยู่ที่แถบชายแดน แต่ว่าที่ภรรยากลับถูกผู้อื่นแย่งไป เช่นนั้นไท่จื่อมิกลัวว่าท่านแม่ทัพจะเสียขวัญกำลังใจกระนั้นหรือ?”
คำพูดของหลงเทียนอวี้ทำให้เหล่านักรบที่แก่ชราลงแล้วขอบตาแดงก่ำ
ตอนนั้นพวกเขาสละได้กระทั่งชีวิตเพื่อประเทศชาติ
บางคนไม่ได้เห็นกระทั่งใบหน้าแม่ของตนเองเป็นครั้งสุดท้าย บางคนแม้เส้นผมจะกลายเป็นสีขาวแต่กลับต้องฝังลูกหลานที่เส้นผมยังคงเป็นสีดำ
บางคน ทั้งที่คนในบ้านของตัวเองสิบกว่าคนป่วยติดเตียงเพราะโรคระบาด
ทว่าเขากลับเดินทางออกจากบ้านไปหลายร้อยลี้แล้วเพื่อปกป้องดูแลประเทศ เขาพลาดกระทั่งการได้เห็นใบหน้าครั้งสุดท้ายของเหล่าคนที่ตนเองรัก
ตอนนี้สองพ่อลูกแห่งสกุลหลินกำลังเอาชีวิตรอดอย่างยากลำบากในสมรภูมิรบ
แต่ไท่จื่อกลับเห็นแก่ตัว เขาต้องการส่งว่าที่ภรรยาของท่านแม่ทัพไปแต่งงานกับชายอื่น ดังนั้นเรื่องนี้จึงทำร้ายจิตใจกับเหล่าทหารกล้าอย่างรุนแรง
ขณะนี้ขุนนางชั้นผู้ใหญ่เริ่มมองไท่จื่อด้วยสีหน้าแววตาที่ไม่เห็นด้วย
ไท่จื่อตื่นตระหนก เขาพลาดไปแล้ว!
เยว่ถิงบีบมือของหลินเมิ้งหยาแน่น สีหน้าหวาดกลัว ใบหน้าขาวซีด
นางใช้ชีวิตอย่างไร้เดียงสาและสวยงามมาโดยตลอด
นางเฝ้าหวังว่าท่านแม่ทัพรูปงามของนางจะกลับมาและแต่งงานพานางไปอยู่ด้วย
แต่คิดไม่ถึงเลยว่าตนเองจะถู