งยังรู้อีกว่านางต้องทุกข์ระทมขมขื่นขนาดไหนตอนที่ยังอาศัยอยู่ที่บ้านเก่า ดังนั้นจึงพยายามช่วยเหลือนาง
ทว่าหลังจากนางอายุได้ห้าขวบ เยว่ถิงก็ไม่เคยปรากฏตัวให้เห็นอีกเลย
แต่แม้เวลาจะผ่านไปนานถึงสิบปี ทว่านางยังคงดีกับตนเองมิเสื่อมคลาย ดังนั้นหญิงสาวคนนี้จึงจริงใจกับพี่ชายของตนเองมากเหลือเกิน
“ที่แท้ก็เป็นพี่เยว่นี่เอง ท่านดูข้าสิ ใจจืดใจดำอะไรเยี่ยงนี้ ก่อนข้าจะแต่งงาน พี่เยว่ยังส่งกำไลหยกหลวนเฟิงให้ข้าอยู่เลย แม้แต่รองเท้าปักของข้าก็เป็นท่านพี่ที่ทำให้ แต่ข้ากลับลืมเลือนท่านพี่ไปเสียได้ น่าตีจริงเชียว”
หลินเมิ้งหยาจับมือเยว่ถิงด้วยความสนิทสนมเพื่อให้นางนั่งลง
“ใครบอกว่าเจ้าลืมข้ากัน อันที่จริงพวกเราไม่ได้พบกันสิบกว่าปีแล้ว ทุกครั้งข้ามักได้ข่าวคราวของเจ้าผ่านตัวหนังสือของหนานเซิงแต่เพียงเท่านั้น”
เยว่ถิงมองดูหลินเมิ้งหยาด้วยความเอ็นดู นางเคยได้ยินเรื่องราวของสกุลหลินมาไม่น้อย
ทว่าหลินเมิ้งหยาในวัยเด็กเป็นคนฉลาดเฉลียว เหตุใดจึงกลายเป็นคนโง่เขลาไปได้นะ?
แม้แต่หนานเซิงยังถอนหายใจเพราะความเศร้าโศก
สุดท้ายเพื่อรักษาอาการป่วยของหลินเมิ้งหยา ดังนั้นฮูหยินหลินจึงขังนางไว้ในจวน ไม่อนุญาตให้เข้าพบ
สุดท้ายนางทำได้เพียงพึ่งพางานฝีมือของตนเองเพื่อส่งของเล็กๆ น้อยๆ ไปให้นางแต่เพียงเท่านั้น
โชคดีที่นางหมั้นหมายกับหนานเซิงเอาไว้แล้ว ดังนั้นจึงไม่มีใครว่าเรื่องที่พี่สะใภ้เป็นห่วงเป็นใยน้องสะใภ้
“เมื่อ