ก่อนข้าต้องอยู่แต่ในเรือนเพื่อรักษาอาการป่วย ดังนั้นจึงมิได้ไปมาหาสู่ท่านพี่ ต่อจากนี้ไปพวกเรามาสนิทกันไว้เถิด จะได้ไม่มีใครพูดว่าข้าใจร้ายใจดำ”
หลินเมิ้งหยากระตุกยิ้มอ่อนโยนและทำการตัดสินใจด้วยตัวเอง
เยว่ถิงเป็นคนละเอียดรอบคอ มีเมตตาโอบอ้อมอารี หาได้มีสตรีนางใดจะเหมาะกับพี่ชายของนางมากไปกว่าหญิงสาวตรงหน้าคนนี้
พี่สะใภ้แสนดีเช่นนี้หาไม่ได้ง่ายๆ นางจะคอยปกป้องดูแลแทนพี่ชายของนางเอง
“เจ้านี่หนา!” เยว่ถิงเคาะหน้าผากหลินเมิ้งหยา แม้จะเป็นเพื่อนกันมาแต่เล็กแต่น้อย ทว่าสุดท้ายแล้วหลินเมิ้งหยาก็ยังอายุน้อยกว่านาง
ทั้งสองจึงสนิทกันอย่างรวดเร็ว
“แต่ท่านอ๋องอวี้ผู้นั้นเชิญหมอหลวงท่านใดมากระนั้นหรือ อาการป่วยของเจ้าหายดีแล้วใช่หรือไม่?”
คนทั้งเมืองหลวงต่างรู้ถึงอาการสติฟั่นเฟือนของหลินเมิ้งหยา
นอกจากคนที่เคยเห็นกับตาตัวเองเพียงไม่กี่คนแล้ว คนอื่นๆ ล้วนไม่เคยเห็นหลินเมิ้งหยาตัวจริง
ดังนั้นชายาอวี้ที่ปกติดีอย่างหลินเมิ้งหยาจึงทำให้ผู้คนตกตะลึง
เยว่ถิงมิได้ต้องการสอดเรื่องชาวบ้าน นางเอ่ยถามเพราะความสงสัยเท่านั้น
“ข้าเหรอ…วันนั้นกระแทกไปมาอยู่ในเกี้ยว อีกทั้งยังสวมใส่ชุดเจ้าสาว สมองก็เลยถูกกระตุ้นให้กลับมาเป็นปกติ”
หลินเมิ้งหยาเลิกคิ้วก่อนจะอธิบายเหตุผลอย่างคลุมเครือ
หากนางเอ่ยว่าตนเองนั่งอยู่ในเกี้ยว แต่ยังไม่ตายเพราะถูกหลินเมิ้งหวู่วางยาพิษแล้วละก็ เชื่อว่าหากดูจากความสามารถของซ่างกวนฉิงแล้ว นา