…”
ขันทีที่รับหน้าที่ดูแลงานรีบเข้ามาเอ่ยอย่างมีมารยาท
หลินเมิ้งหวู่อารมณ์ไม่ดีเป็นทุนเดิมอยู่แล้ว ดวงตาขึงขังพลางส่งเสียงเอาแต่ใจ
“ฮึ ชายาอวี้ ข้าจะนั่งตรงที่นั่งของนาง ขนาดนางยังไม่ว่า แล้วเจ้ามีสิทธิ์อะไร!”
เพียงประโยคเดียว สีหน้าของขันทีพลันเปลี่ยนไป
ครุ่นคิด คนที่นี่ล้วนเป็นบรรดาลูกหลานของเหล่าขุนนางชั้นสูง บางทีนางอาจจะกลายเป็นพระชายาในอนาคต เขาควรจะมองข้ามเรื่องนี้เพื่อไม่ให้เกิดเรื่องใหญ่
ทว่าหลังจากที่ออกไป หญิงสาวที่สวมใส่ชุดของพระราชวังต่างพากันชักสีหน้า
“คิดว่าตัวเองเป็นใครกัน เหตุใดจึงกล้านั่งตำแหน่งเดียวกับพวกเรา?”
หญิงสาวเหล่านั้นล้วนเป็นหญิงสาวขององค์รัชทายาท
ในนั้นมีชายารองอยู่หลายคน ทว่าบางคนก็มีตำแหน่งสูงกว่า
แม้ชุดที่หลินเมิ้งหวู่สวมใส่จะหรูหรา แต่นางหาใช่ชายาขององค์ชาย แต่เพราะความเอาแต่ใจ นางจึงได้นั่งลงที่ตำแหน่งนั้น
“เจ้าพูดอะไร? ถ้าอยากมีเรื่องก็พูดอีกรอบ!”
หลินเมิ้งหวู่กลับไม่ระงับอารมณ์ของตนเอง เหตุเพราะนางมีความโกรธในใจเป็นทุนเดิมอยู่แล้ว ยิ่งไปกว่านั้นยังนั่งอยู่ในตำแหน่งที่เป็นของหลินเมิ้งหยา ดังนั้นนางจึงไม่ยอมลุกขึ้น
ตอนอยู่ที่จวน นางเคยชินกับการแสดงท่าทีหยิ่งยโสโอหัง ทว่าแขกเหรื่อที่นี่ล้วนเป็นชนชั้นสูง ดังนั้นจึงไม่มีใครเห็นหัวนาง
“ข้าพูดถึงเจ้านั่นแหละ ดูจากลักษณะท่าทางของเจ้าแล้ว เกรงว่าจะหลงรักท่านอ๋องอวี้ใช่หรือไม่? น่าเสียดาย ท่านอ๋องอวี้ทำดีก