ากสมอง หยิบเอกสารที่ยังไม่ได้อ่านเมื่อหลายวันก่อนขึ้นอย่างเหม่อลอย
“พี่สามทะเลาะกับพี่สะใภ้อย่างนั้นหรือ?”
เสียงแผ่วเบาซุกซนดังขึ้น ร่างของหลงชิงหานพลันปรากฏขึ้นในห้องอ่านหนังสือ
ยังคงถือพัดลายดอกไม้ไว้ในมือ ดวงตาขี้เล่น ราวกับได้เห็นเรื่องน่าสนุกเข้าเสียแล้ว
“เจ้า…แอบฟัง?” คิ้วของหลงเทียนอวี้ขมวดเข้าหากัน ดูเหมือนเขาควรจะลดวิชาศิลปะการต่อสู้ของหลงชิงหานบ้างเสียแล้ว เขาจะได้มิต้องแอบฟังในเรื่องที่ไม่สมควรฟัง
“ข้าเปล่านะ ข้าจะกล้าทำเยี่ยงนั้นได้เช่นไร? เพียงแค่เมื่อครู่ตอนที่ข้าเห็นพี่สะใภ้สามเดินกลับออกไป ปากของนางบ่นพึมพำไม่หยุดประหนึ่งกำลังสาปแช่งใครอยู่อย่างนั้น ดูเหมือนนางจะอารมณ์ไม่ดี พอเห็นหินเล็กๆ ก้อนหนึ่ง นางจึงคิดจะระบายอารมณ์ แต่ใครจะรู้เล่าว่าหินก้อนนั้นจะฝังลึกกับผืนดิน ครู่ต่อมา นางจึงทำได้แต่เพียงกอดขานั่งร้องไห้อยู่บนพื้น”
ยังไม่ทันที่หลงชิงหานจะพูดจบ ร่างของหลงเทียนอวี้พลันหายออกไปจากห้องอ่านหนังสือ
มองแผ่นหลังของพี่สามที่ลับหายไปอย่างรวดเร็ว หลงชิงหานอดไม่ได้ที่จะแอบหัวเราะ
ดูเหมือนพี่สามที่เคยเย็นชาประหนึ่งภูเขาน้ำแข็งจะต้องถูกพี่สะใภ้ที่ร้อนแรงราวกับดวงอาทิตย์แผดเผาแล้วอย่างแน่นอน
“ฮือๆ เจ้าหินบ้า แม้แต่เจ้าก็รังแกข้าอย่างนั้นหรือ! ฮึ เดี๋ยวข้าจะสั่งให้ย้ายพวกเจ้าทุกก้อนไปเผาทิ้งให้หมดเลย!”
หลินเมิ้งหยากอดขา ริมฝีปากบางส่งเสียงสะอึกสะอื้นเบาๆ
เจ็บนิ้วเท้าจังเลย!