าแล้วจะอยู่ค้ำหัวผู้อื่นหรืออย่างไร?
“ท่านอ๋อง คิดหรือว่าท่านโตแล้วจึงทำตัวโรคจิตเช่นนี้ได้?”
ฮือๆ สมองของนางกำลังเล่นตลกอยู่หรือไร นางไม่เคยเกลียดชังฝีปากของตนเองเท่านี้มาก่อนเลย
“ข้าเกิดในสมัยหยวนชิ่งปีที่แปด ดังนั้นข้าจึงแก่กว่าเจ้าอย่างแน่นอน”
สวรรค์โปรด นี่มันประโยคสนทนาแปลกประหลาดอะไรกันนี่ หลินเมิ้งหยาพูดไม่ออก นางไม่รู้ว่าตัวเองควรทำอะไรด้วยซ้ำ!
“เสร็จแล้ว วันนี้พักผ่อนสักเล็กน้อยก็จะฟื้นกลับมาเป็นปกติ อีกไม่กี่วันจะเป็นวันงานเลี้ยงฉลองการมาเยือนของฮ่องเต้หมิง เมื่อถึงวันนั้นองค์ชายแห่งซีฟานเองก็จะเสด็จมาด้วย เจ้าต้องเข้าวังไปกับข้า”
หลงเทียนอวี้ปล่อยท่อนขาวสีขาวราวหิมะ ผิวพรรณของหลินเมิ้งหยาดีมากเหลือเกิน
ตั้งแต่ศีรษะจรดปลายเท้า ผิวพรรณของนางขาวนวลนุ่มนิ่ม หลงเทียนอวี้เพิ่งรู้ในตอนนี้เองว่าผิวขาวดุจหิมะเป็นเช่นไร
“เช่นนั้นหม่อมฉันต้องเตรียมตัวอย่างไรเพคะ?” ใบหน้าเรียวเล็กแดงระเรื่อ ชักขาของตนเองกลับ อันที่จริงหลินเมิ้งหยาไม่เคยคิดว่าตนเองจะต้องเผยท่อนขาให้ชายใดเห็นมาก่อน
ทว่า…อยู่ๆ ทัศนคติที่เปลี่ยนไปของหลงเทียนอวี้นี่ช่าง…
“ไม่ต้องเตรียมอะไรทั้งสิ้น ข้ากับชิงหานเตรียมการไว้หมดแล้ว เจ้าไปร่วมงานด้วยกันก็พอ”
จมูกพลันได้กลิ่นกายหอมอ่อนๆ ของหลินเมิ้งหยา
มิรู้ว่าหญิงสาวคนนี้ใช้เครื่องหอมชนิดใด เหตุใดวันนี้จึงหอมมากเป็นพิเศษกันนะ?
“เพคะ หม่อมฉันเข้าใจแล้ว”
นางก้มศีรษะต่ำ เพิ่งจ