หลินเมิ้งหยาไร้ซึ่งความรู้สึกอยากอาหาร ลุกขึ้นไปนั่งบนโต๊ะอ่านหนังสือทางด้านหลังพลางหยิบหนังสือขึ้นอ่าน
ป๋ายจีและป๋ายซ่าวสบตากัน อดไม่ได้ที่จะแอบหัวเราะ
พระชายาของพวกนางช่างแตกต่างจากผู้อื่นเสียจริง
ไม่ว่ากินอะไรก็รู้สึกเปรี้ยวไปหมด เช่นนั้นหัวใจของนางจะยังคงหลงเหลือความหวานอยู่หรือไม่?
เมื่อท้องว่าง หลินเมิ้งหยาจึงรู้สึกว่าร่างกายของตนเองไร้ซึ่งเรี่ยวแรง
หากมิใช่เพราะเมื่อคืนหลงเทียนอวี้มาก่อกวนนางที่ตำหนัก นางก็คงไม่นอนตาค้างเช่นนี้
ฮือๆ ปวกหัวจังเลย มึนหัวชะมัด!
“โหยว ใครทำให้เจ้าเด็กน้อยขุ่นเคืองกัน ชิๆ คิ้วขมวดแน่นเสียจะอัดยุงตายได้เลยนะเนี่ย”
น้ำเสียงสบายๆ ของชิงหูดังขึ้น เขากระโดดโลดเต้นไปมา
หลังจากร่างกายฟื้นฟูกลับมาเป็นปกติ ชิงหูดูสงบนิ่งกว่าแต่ก่อน
เมื่ออยู่ต่อหน้าผู้อื่น เขาไม่เคยเปิดเผยรอยยิ้มออกมา
แต่เมื่ออยู่ต่อหน้านาง เขายังคงมีอุปนิสัยขี้เล่นดังเดิม
หลินเมิ้งหยาปวดหัวมาก นางไม่อยากสนใจชิงหู
ทำเพียงชำเลืองมองเขาเล็กน้อย ก่อนจะก้มหน้าอ่านหนังสือของตนเองต่อ
“เจ้าเด็กน้อยโกรธใครหรือ?”
ชิงหูได้กลิ่นน้ำส้มสายชูแห่งความหึงหวงแต่เช้า
เพราะเหตุนี้จึงไม่มีใครกล้าเข้ามาในเขตตำหนักของหลินเมิ้งหยา ที่แท้ก็เป็นเช่นนี้นี่เอง
ทั้งที่รู้แต่ยังเอ่ยถาม หลินเมิ้งหยาไม่สนใจเขา เมื่อคืนไม่มีใครรู้ว่าหลงเทียนอวี้เข้ามาที่ห้องของนาง แต่เจ้าจิ้งจอกเจ้าเล่ห์คนนี้รู้อยู่แก่ใจ
“เลิกโกรธได้แล้ว