จะเข้ามาพูดคุยและคอยปรนนิบัติรับใช้นางทุกวันทำไม
นางมีอวี้เอ๋อร์เป็นลูกชายเพียงคนเดียว แม้เหล่าองค์ชายองค์หญิงในวังจะเคารพนับถือนาง แต่ถึงกระนั้นก็หาได้จริงใจกับนางไม่
ส่วนเจียงหรูฉินที่นางรักและเอ็นดูก็เป็นเพียงเด็กเอาแต่ใจ ดังนั้นหลินเมิ้งหยาจึงกลายเป็นคนสำคัญ
“มิใช่อย่างนั้นหรอกเพคะเหนียงเหนียง อย่าได้เอ่ยเช่นนั้นเลย พระชายาเป็นคนจิตใจดีมีเมตตา หนู่ปี้เชื่อว่าพระชายาจะต้องกลับมาอย่างปลอดภัยเพคะ”
ยังไม่ทันที่พระสนมเต๋อเฟยจะได้เอ่ยตอบ จิ้งเยว่เดินเข้ามาภายในตำหนักหยาเสวียนด้วยสีหน้าอึดอัดใจ
“เหนียงเหนียง ฮูหยินหลินขอเข้าเฝ้าเพคะ”
คิ้วของพระสนมเต๋อเฟยเลิกสูงขึ้น คนผู้นี้มักเป็นคนทำดีหวังผล เกรงว่าการมาในคราวนี้จะต้องมีแผนการอะไรแอบแฝงอย่างแน่นอน
“เข้ามาได้”
พระสนมเต๋อเฟยสบตากับจิ่นเยว่ พยายามสะกดกลั้นความหนักใจของตนเองเอาไว้
พาลูกสาวของตนเองเดินผ่านธรณีประตูตำหนักหยาเสวียนเข้ามา สีหน้าของซ่างกวนฉิงเปี่ยมไปด้วยความรู้สึกผิดระคนอับอาย
เมื่ออยู่ต่อหน้าพระพักตร์พระสนมเต๋อเฟย ยังไม่ทันที่จะได้พูดอะไร หยาดน้ำตาพลันรินไหล ร่างกายทรุดลงกับพื้น
“พระสนมเต๋อเฟยได้โปรดลงโทษหม่อมฉันด้วย หม่อมฉันสั่งสอนลูกสาวไม่ดีเอง หยาเอ๋อร์จึงก่อเรื่องน่าอับอายเช่นนี้”
ทั้งสองก้มศีรษะต่ำพลางร้องไห้ตำหนิตัวเองไม่หยุดปาก ราวกับว่าเกิดเรื่องใหญ่หลวงขึ้น
บรรยากาศภายในตำหนักแปรเปลี่ยนเป็นความสงสัย คิ้วของพระสนมเต๋