เพียงคุณหนูไม่เป็นไร ป๋ายจื่อก็รู้สึกดีใจยิ่งกว่าอะไรทั้งปวงอีกเจ้าค่ะ”
แม้จะรู้สึกหวาดผวา แต่เมื่ออยู่ข้างกายหลินเมิ้งหยา นางกลับส่งยิ้มอ่อนหวานกลับมาให้
ราวกับว่าเรื่องทั้งหมดนั้นไม่ส่งผลอะไรกับนางเลยแม้แต่น้อย
“ดีแล้ว เช่นนั้นข้าก็สบายใจ ขนมกล่องนั้นข้าค่อยซื้อให้เจ้าใหม่ทีหลัง”
ถือว่าสบายใจเรื่องป๋ายจื่อได้แล้ว บางครั้งนางก็แอบอิจฉาอุปนิสัยของป๋ายจื่อเหลือเกิน
ขอเพียงมีอาหารมีเครื่องดื่ม นางก็สามารถลืมเลือนเรื่องเลวร้ายและไม่เก็บมาใส่ใจอีกได้
ไม่นานรถม้าก็แล่นเข้าสู่ตัวเมือง หลินขุ๋ยอยากรีบพาหลินเมิ้งหยาไปส่งที่จวนให้เร็วที่สุด
แต่คิดไม่ถึงเลยว่าจะถูกใครบางคนขวางทาง
…
ขณะนี้จวนอวี้กำลังตกอยู่ในความโกลาหล
ภายในตำหนักหยาเสวียน สีหน้าของพระสนมเต๋อเฟยเปี่ยมไปด้วยความเสียใจ
หากมิใช่เพราะนางตั้งใจพาหลินเมิ้งหยาไปไหว้พระแล้วละก็ เด็กคนนั้นคงไม่หายตัวไป
ตอนนี้ไร้ซึ่งข่าวคราวใดๆ แล้วแบบนี้นางจะตอบอวี้เอ๋อร์อย่างไร?
“เหนียงเหนียง ตอนนี้องครักษ์ในจวนกำลังออกค้นหา จะต้องหาตัวพระชายาเจออย่างแน่นอนเพคะ อย่าได้ร้อนใจไปเลย”
จิ่นเยว่ปลอบโยนพระสนมเต๋อเฟย หลินเมิ้งหยาหายตัวไป อันที่จริงนางเองก็ร้อนใจไม่น้อย
“ข้าผิดเอง ข้าผิดเอง หากข้าไม่พานางไปที่วัด เกรงว่าคงไม่เกิดเรื่องเช่นนี้ขึ้น”
ช่วงเวลาที่ผ่านมา นางเห็นความดีความชอบของหลินเมิ้งหยาทั้งหมด
หากมิใช่เพราะหลินเมิ้งหยาจริงใจกับนาง แล้วเด็กคนนั้น