บแต่มีมารยาท
ฝ่ายชายหันมามองหลินเมิ้งหยา เห็นอีกฝ่ายเป็นเพียงผู้หญิงตัวเล็กๆ ที่สูงไม่ถึงครึ่งของหน้าอกตนเอง ดังนั้นเขาจึงเพิกเฉยนางแทบจะทันที
พลิกมือกลับแล้วกอดกล่องขนมเอาไว้ อีกเพียงนิดเดียวป๋ายจื่อก็จะแย่งมันคืนมาได้แล้ว
“นี่เงินสองตำลึง ถือว่าข้าซื้อมันแล้วกัน”
หยิบเงินออกมาจากหน้าอกแล้วโยนให้ป๋ายจื่อ ก่อนจะหมุนตัวจากไป
“โอ้โหยว…เอาของของเด็กน้อยข้าไปแล้วคิดจะตบตูดเดินหนีอย่างนี้หรือ?”
เสียงยั่วยุดังขึ้น ชิงหูที่อยู่ในชุดองครักษ์พลันปรากฏตัวออกมา
ขณะที่กำลังสบตากัน มือพลันยื่นเข้าไปกระชากกล่องขนมของป๋ายจื่อออกมา
“เอ้า เอาไป”
ชิงหูและป๋ายจื่อเปรียบเสมือนมิตรรักนักกิน ทั้งสองเปรียบเสมือนเทพเจ้าแห่งการกินก็มิปาน
“เป็นวิทยายุทธ์ที่งดงามยิ่งนัก ข้าไม่ต้องการกล่องนั้นแล้ว เจ้ามาประลองกับข้าสักครั้งได้หรือไม่?”
หลินเมิ้งหยาดึงตัวป๋ายจื่อมาที่อีกฝั่ง ชายทั้งสองล้วนเป็นพวกสัตว์ประหลาด
แม้หลินเมิ้งหยาจะไม่เข้าใจเรื่องการต่อสู้ แต่นางรู้สึกได้ว่าชายคนนั้นจะต้องถูกชิงหูสั่งสอนเพียงฝ่ายเดียว
“อย่าสู้จนถึงตายก็พอ หากสู้เสร็จแล้วควรมอบเงินให้อีกฝ่ายไปรักษาตัวสักตำลึงสองตำลึง”
สิ้นเสียงเย็นชา หลินเมิ้งหยาวางเงินสองตำลึงลงบนพื้น
หมุนตัวพาป๋ายจื่อจากไป ทว่าด้านหลังกลับเกิดเสียงแผดร้องโหยหวนของชายแปลกหน้าดังลั่น
“ห้ามต่อยหน้า!”
“คนเมืองต้าจิ้นช่างหยาบคายเสียนี่กระไร เหตุใดต้องต่อยหน้าด้วย?”
“โอ๊ย