“พวกเจ้ารอสักประเดี๋ยว ข้าจะไปเชิญพระสนมเต๋อเฟยก่อน จริงสิ เจ้าจงไปบอกพ่อบ้านเติ้งให้จดชื่อของคนรับใช้ที่บริจาคเสื้อผ้าเก่าในครั้งนี้เอาไว้ เมื่อต้องการตัดเสื้อผ้าในฤดูหนาวจะได้สนับสนุนเงินช่วยเหลือ”
“พ่ะย่ะค่ะ ข้าน้อยจะไปเตรียมการบัดเดี๋ยวนี้”
จิ่นเยว่แอบพยักหน้าลง แม้พระชายาจะอายุยังน้อย ทว่ากลับมีเมตตากรุณา
เพราะเหตุนี้ทั้งหัวใจของเจ้านายและคนรับใช้ในจวนแห่งนี้จึงเป็นอันหนึ่งอันเดียวกันสินะ
“หนู่ปี้จัดการเองเพคะ พระชายาไปทูลเชิญพระสนมเถิด”
หลินเมิ้งหยามองดู ตอนนี้ไม่มีอะไรให้ต้องเก็บแล้ว พยักหน้าลงและเข้าไปยังห้องหลักของตำหนัก
ไม่มีการประกาศแจ้งเตือนใดๆ ไม่นานรถม้าทั้งสามคันของจวนอวี้ก็แล่นออกไปบนถนนใหญ่ช้าๆ
หลินเมิ้งหยาและพระสนมเต๋อเฟย รวมถึงสาวรับใช้ส่วนตัวนั่งอยู่ในรถม้าที่กว้างที่สุดคันหน้า
พระสนมเต๋อเฟยพาจิ้งเยว่มาเพียงคนเดียว ส่วนหลินเมิ้งหยาพาป๋ายจีและป๋ายจื่อมาด้วย
บนรถม้า พระสนมเต๋อเฟยนอนเอนกายอย่างผ่อนคลายบนผ้าขนแกะนุ่มนิ่มที่ถูกวางเอาไว้เป็นพิเศษ เหตุเพราะต้องไปไหว้พระ ดังนั้นจึงสวมใส่เพียงชุดสีเขียวอมน้ำเงิน ปกเสื้อคาดไว้ด้วยเข็มขัดทองปักลายเมฆ
นอกจากความสง่างามแล้ว ยังเสริมให้น่ารักน่าเอ็นดูมากขึ้นอีกด้วย อีกทั้งยังดูเหมือนฮูหยินผู้ร่ำรวยในตระกูลชั้นสูง
“หมู่เฟย นี่เป็นชาที่ป๋ายจีชง พระองค์ลองจิบดูสิเพคะว่าถูกปากหรือไม่?”
หลินเมิ้งหยาเป็นผู้น้อย ดังนั้นสาวใช้ของนาง