ายที่สุดคือฝั่งตรงข้ามของเจียงหรูฉินคือซ่างกวนฉิงและหลินเมิ้งหวู่
ราวกับแม่กำลังอบรมสั่งสอนลูกสาวอย่างไรอย่างนั้น ทว่าบรรยากาศในเวลานี้กลับดีมากกว่าแต่ก่อน
“มามามา ข้ากับแม่ของเจ้ากำลังพูดถึงเจ้าในครั้นอดีต”
หลินเมิ้งหยาเพิ่งจะเดินมาถึง พระสนมเต๋อเฟยอดไม่ได้ที่จะร้องเรียกนางเข้าไป
เจียงหรูฉินที่กำลังลำพองใจถูกแย่งตำแหน่งไปกะทันหัน ใบหน้านวลแสดงให้เห็นถึงความรู้สึกไม่พึงพอใจ
“เอ๋? ท่านแม่ยังจำเรื่องราวในวัยเด็กของข้าได้กระนั้นหรือ?”
ตอนเด็ก? ฮึ นับตั้งแต่วันที่ซ่างกวนฉิงก้าวเท้าเข้ามาในจวน พี่ชายและตัวนางต้องทนทุกข์ระทมตั้งแต่นั้นมา
ทั้งตกระกรรมลำบากและเฝ้าหวัง นอกจากท่านพ่อและพี่ชายแล้ว นางมิเคยได้รับความอบอุ่นเลย
แล้วแบบนี้จะมีเรื่องเล่าน่ารื่นรมย์ได้อย่างไร
“ใช่แล้ว สมัยยังเด็กหยาเอ๋อร์ค่อนข้างซุกซน หม่อมฉันที่เป็นแม่ต้องทุ่มเทแรงกายแรงใจดูแล คิดไม่ถึงเลยว่าตอนนี้จะเติบโตเป็นสาวแล้ว ซ้ำยังได้เป็นถึงพระชายาอวี้พอคิดๆ ดูแล้ว หม่อมฉันยังรู้สึกไม่อาจแย่งห่างจากนางได้เลยเพคะ”
ซ่างกวนฉิงเอื้อนเอ่ยราวกับเป็นเรื่องจริง แม้แต่ขอบตายังมีหยาดน้ำตาเอ่อออกมาให้เห็น
เสแสร้งแสดงท่าทางเสมือนแม่ที่ไม่อาจแยกจากกับลูกสาวได้ แต่หลินเมิ้งหยารู้ดีว่าตนเองในตอนนั้นต้องหนีเอาตัวรอดจากความเป็นความตายของลูกน้องซ่างกวนฉิงกี่ครั้งต่อกี่ครั้ง
“ท่านแม่อย่าได้โศกเศร้าไปเลย พี่สาวแต่งงานเข้าจวนอวี้ หาได้แต่งงาน