ยว่รีบรุดออกไปตรวจสอบ ก่อนจะกลับเข้ามายังตำหนัก
“เกรงว่านกจะบินเข้ามาชนกระเบื้องหลังคาจนตกลงมาแตกเพคะ”
หลินเมิ้งหยาหลุบตาต่ำ ไม่เชื่อว่าเป็นเช่นนั้น
กระเบื้องเคลือบบนหลังคามีน้ำหนักต่อชิ้นราวครึ่งกิโลกรัม หากเอ่ยว่านกบินมาชนจนตกลงมาแตก แสดงว่านกตัวนั้นเป็นนกแร้งกระนั้นหรือ?
“อ้อ เช่นนั้นก็ดี วันนี้ที่ข้าเรียกเจ้ามาก็เพื่อปรึกษาว่าควรทำเช่นไรหรูฉินจึงได้ถูกองค์ชายเลือกในวันงานเลี้ยง”
พระสนมเต๋อเฟยเพิกเฉยต่อการถูกขัดจังหวะเมื่อครู่ แม้จะไม่เต็มใจ แต่สุดท้ายนางก็ยังมีแผนสำหรับตัวเอง
หลินเมิ้งหยาครุ่นคิด กลับรู้สึกว่าเจียงหรูฉินเป็นคนอารมณ์ร้อนและเห็นแก่ตัว คนเช่นนี้ไม่เหมาะที่จะถูกเลือก
“หม่อมฉันจะลองปรึกษากับท่านอ๋องดูเพคะ หมู่เฟยได้โปรดวางพระทัย”
แน่นอนว่าเรื่องเช่นนี้จะต้องปรึกษากับหลงเทียนอวี้ก่อนจะตัดสินใจอะไรได้
ดูเหมือนว่าคลื่นลูกเก่ายังไม่ทันซา คลื่นลูกใหม่ก็สาดซัดเข้ามาแทนที่เสียแล้ว
กลับจากตำหนักหยาเสวียน หลินเมิ้งหยาขังตัวเองอยู่ภายในตำหนักนานถึงหนึ่งวันหนึ่งคืน โดยห้ามมิให้ใครเข้าใกล้
สาวใช้ทั้งสาม รวมถึงหลินจงอวี้ล้วนถูกสั่งให้อยู่ด้านนอก
จนกระทั่งเช้าของวันถัดมา หลินเมิ้งหยาจึงเปิดประตูห้อง
เพียงเดินออกมาก็ได้เห็นคนทั้งห้ากำลังสุมหัวกันอยู่หน้าประตู
อาการตกตะลึงเผยให้เห็นในแววตาขณะจ้องมองบุคคลที่ห้า ชายหน้าตาหล่อเหลาเจ้าเล่ห์คนนี้เป็นใคร? เหตุใดเขาจึงสวมใส่ชุดองครักษ์ของ