าปิดปากเงียบตลอดเวลาและเอ่ยเพียงต้องการอยากพบข้ากระนั้นหรือ?”
ชิงหูเป็นผู้กระทำความผิด องครักษ์ในจวนต้องอดทนจับตาดูเขาวันละสิบสองชั่วยาม
ทว่าเจ้าเด็กนั่นกลับดื้อรั้นเกินคน แม้จะถูกทรมานร่างกาย แต่เขากลับไม่ยอมเปิดเผยข้อมูลใดๆ ออกมา
พี่สะใภ้สามเองก็ไม่ยอมลงไปหาเขาที่คุกใต้ดิน ดังนั้นแม้เวลาจะล่วงเลยไปถึงหนึ่งเดือนแล้ว แต่ก็ยังไร้ซึ่งความคืบหน้าใดๆ
“ถูกต้อง ทว่าเมื่อหลายวันก่อนเขามักจะเป็นลมอยู่เป็นพักๆ แม้ว่าหมอหลวงจะมาตรวจแต่ก็ไม่พบความผิดปกติอันใด เกรงว่าหากเป็นเช่นนี้ต่อไปเขาคงจะอยู่ได้อีกไม่นาน”
นัยน์ตาของหลินเมิ้งหยาเผยให้เห็นความเข้าใจอะไรบางอย่าง เมื่อลองคำนวณเวลาดูก็นับว่าใกล้แล้ว
“เจ้าสั่งให้คนไปเก็บดอกเบญจมาศร้อยลี้ที่เพิ่งเบ่งบานมาและลงไปที่คุกใต้ดินกับข้าเถิด”
นางลุกขึ้นพาสาวใช้ทั้งสามจากไป ทิ้งหลงชิงหานที่ยังคงมึนงงจ้องมองแผ่นหลังของหลินเมิ้งหยาที่กำลังจากไป
เขาไม่เข้าใจเล็กน้อย เหตุใดพี่สะใภ้สามที่จะไปสร้างความทุกข์ทรมานให้ผู้อื่นจะต้องนำดอกไม้ไปด้วย?
ณ คุกใต้ดิน
ยังคงอับชื้นและมืดสนิท อีกทั้งยังมีกลิ่นคาวเลือดและเหม็นเน่าคละคลุ้ง
นานมากแล้วที่มิได้มาที่นี่ พริบตาเดียวก็มีนักโทษเพิ่มมากขึ้นกว่าเดิม
หลินเมิ้งหยาไม่มีอะไรมาก นางมีรูปแบบในการจัดการของตนเอง หลงเทียนอวี้เองก็มีวิธีการของเขา พวกเขาจะไม่เข้ามายุ่มย่ามในวิธีการของอีกฝ่าย ต่างฝ่ายต่างทำตามแบบแผนของตนเองเป็นการด