บเข้าไปพยุงร่างของไท่จื่อ แต่กลับถูกผลักออกมา
“ถอยไป!”
สีหน้าของไท่จื่อดำถมึงทึง แต่ไม่รู้ว่าเพราะออกแรงจากร่างกายมากเกินไปจนลืมควบคุมร่างกายตนเองหรือเพราะสภาวะของร่างกายที่ยิ่งแย่ลง
ดังนั้นจึงได้ยินเสียง “ปู้ดดด” ดังขึ้นมาอีกครั้ง ขณะเดียวกันไท่จื่อคิดอยากมุดศีรษะเข้าไปในรูหนูเหลือเกิน
“ท่านแม่ ท่านพี่ไท่จื่อเขา…”
พยายามหักห้ามตนเองไม่ให้ยกมือขึ้นบีบจมูก หลินเมิ้งหวู่ส่งสายตารังเกียจไปทางญาติผู้พี่อย่างไท่จื่อ
คนที่ทำเรื่องขายหน้าเช่นนี้จะขึ้นเป็นจักรพรรดิอย่างนั้นหรือ
หัวใจของหลินเมิ้งหยาผลิบานไปด้วยรอยยิ้ม โชคดีที่นางตระเตรียมเครื่องหอมห้าถึงหกอันมาแขวนตัวอยู่ก่อนแล้ว
หลงเทียนอวี้ที่นั่งอยู่ด้านข้างเองก็ได้กลิ่นเช่นเดียวกัน ดังนั้นเขาจึงได้รับกลิ่นเหม็นเน่าบาดจมูกเพียงเล็กน้อยเท่านั้น
โชคดีที่ห้องโถงใหญ่แห่งนี้มีอากาศถ่ายเทค่อนข้างดี ไม่นานกลิ่นเหม็นเน่าคละคลุ้งก็จางหายไป
ไท่จื่อที่คิดว่าหายนะของตนเองได้ผ่านพ้นไปแล้ว หลินจงอวี้ที่นั่งอยู่ด้านข้างประตูตลอดเวลาเดินโซซัดโซเซเข้ามาภายใน
ได้เห็นเพียงใบหน้าเรียวเล็กของหลินจงอวี้แดงระเรื่อขึ้นมา
มือเล็กยกขึ้นลูบศีรษะ ร่างกายโงนเงน ก่อนจะล้มลงไปกลางห้องโถง
“สวรรค์โปรด นายน้อยอวี้เป็นลม!”
ป๋ายซ่าวตะโกนร้องเสียงดังพร้อมทั้งพุ่งตัวเข้ามา มือจับผ้าเช็ดหน้ายกขึ้นปิดหน้า อีกทั้งยังร้องเรียกทาสเด็กเข้ามาช่วยประคองตัวของหลินจงอวี้ขึ้นมา
เอ๋? หล