่สะดวกนัก” เขาหลีกทางก่อนจะส่งเสียงเอ่ยถาม
ทั้งที่เป็นประโยคแสดงออกถึงความเอาใจใส่ ทว่าเมื่อไท่จื่อได้ยิน เขากลับรู้ได้ทันทีว่ามันคือการแสดง
หากไม่ใช่เพราะเสด็จแม่เอ่ยว่าเขาจะต้องผนึกกำลังเพื่อปกครองประเทศให้ดีแล้วละก็ เกรงว่าเขาคงฆ่าไอ้คนสารเลวตรงหน้าตายไปนานแล้ว
โดยเฉพาะหลังจากที่เกิดเรื่องน่าขายหน้าเช่นนี้ขึ้น
“พระสนมเต๋อเฟยเหนียงเหนียง ท่านอ๋องได้โปรดให้อภัย หมินฟู่1ขออนุญาตไปดูแลไท่จื่อก่อน หม่อมฉันขอทูลลา”
ซ่างกวนฉิงที่ตอนแรกคิดจะหยิบยืมอำนาจของไท่จื่อเพื่อแก้แค้นขอตัวกลับออกไปด้วยความสงสัย
ดึงตัวหลินเมิ้งหวู่เดินตามหลังไท่จื่อออกจากห้องโถงไป
แม้ไท่จื่อจะสาวเท้าค่อนข้างเร็ว แต่เสียงปู้ดป้าดก็ยังดังขึ้นมาอย่างต่อเนื่อง
ทุกครั้งมักจะได้ยินเสียงไอค่อกแค่กดังมาจากองครักษ์ที่เดินตามหลังไท่จื่อ
แต่เมื่อทุกคนเข้าใจสถานการณ์กันหมดแล้ว พวกเขาจึงมองเป็นเพียงเรื่องตลกขบขัน
“พวกเจ้าจงออกไปให้หมด หากไม่ได้รับคำสั่งจากข้า ห้ามเข้ามาภายในห้องฉถงเด็ดขาด”
หลินเมิ้งหยานั่งตัวตรง ก่อนจะไล่เหล่าคนรับใช้ออกไป
“อยากหัวเราะ ก็เชิญหัวเราะได้ตามสบายเลยเพคะ”
เมื่อห้องโถงเหลือเพียงพวกเจ้านายและคนสนิทของตนเองแล้ว หลินเมิ้งหยาจึงกระซิบเสียงเบา
“อุ๊บ…ฮ่าๆ…ฮ่าๆๆ…”
คนที่มีอุปนิสัยร่าเริงอย่างหลงชิงหานหลุดขำพรืดออกมา แต่เพราะไม่อยากทำให้คนอื่นๆ ตกใจ ดังนั้นจึงปรับเสียงให้เบาลงเล็กน้อย
ต่อมาเป็นเสียงหัวเราะขอ