งป๋ายจื่อที่อยู่ด้านหลังหลินเมิ้งหยา แม้แต่พระสนมเต๋อเฟยและน้าจิ่นเย่วเองก็หลุดขำเช่นเดียวกัน
พระสนมเต๋อเฟยที่เกร็งใบหน้าตลอดเวลากระตุกยิ้ม นิ้วเรียวยาวชี้มาทางหลินเมิ้งหยา ก่อนจะยกมือขึ้นปาดหัวตา
“ท่านอ๋อง อย่าฝืนเลยเพคะ”
หลินเมิ้งหยาหันไปหยักยิ้มให้หลงเทียนอวี้
นางไม่ได้โง่ เมื่อครู่ร่างกายของหลงเทียนอวี้สั่นไหวเพราะกำลังกลั้นหัวเราะ
“เจ้านี่หนา!”
หลงเทียนอวี้ส่ายหน้า ใบหน้าหล่อเหลาเผยรอยยิ้มออกมาเป็นครั้งแรก
รอยยิ้มนี้อ่อนโยนราวสายน้ำไหล ขับให้ใบหน้าคมเข้มของเขายิ่งดูหล่อเหลาขึ้นไปอีก
หลินเมิ้งหยาเผลอจ้องมองโดยไม่รู้ตัว นางไม่เคยรู้มาก่อนเลยว่ารอยยิ้มของชายคนหนึ่งจะสวยงามเปล่งประกายราวดอกไม้ไฟที่ถูกจุดสว่างบนท้องฟ้ายามราตรีเช่นนี้
ความเปล่งประกายทำให้นางเผลอหยักยิ้มขึ้นมาโดยไม่รู้ตัว นางหาได้ยิ้มให้กับเรื่องตลกเมื่อครู่ แต่กลับยิ้มเพราะรอยยิ้มของเขา
เหตุใดบนโลกใบนี้จึงมีรอยยิ้มงดงามเช่นนี้กันนะ?
หลินเมิ้งหยาจ้องมองหลงเทียนอวี้ด้วยความหลงใหล ท่าทางหลงใหลอย่างไร้เดียงสาเช่นนี้ไม่เหมือนกับพระชายาอวี้ผู้ฉลาดปราดเปรื่องเลยแม้แต่น้อย
“พี่สะใภ้สาม…ท่าน…ท่านเป็นอัจฉริยะชัดๆ ข้าหลงชิงหานมิเคยยอมจำนวนต่อผู้ใด ทว่าวันนี้ข้าเลื่อมใสท่านยิ่งนัก!”
หลงชิงหานหัวเราะจนล้มลงไปกองกับพื้น เขายังคงนอนแผ่หลาอยู่ที่พื้น ท่าทางไม่เหมือนองค์ชายเลยแม้แต่น้อย
แม้แต่พระสนมเต๋อเฟยเองก็หัวเราะจนน้ำตาไหล เมื่