แม้แต่คำกล่าวอ้างเรื่อยเปื่อยยังดูสละสลวยน่าฟัง หลินเมิ้งหยาสั่งสอนสาวใช้ของตัวเองให้ดูน้าจิ่นเยว่เป็นแบบอย่าง
“ไม่เป็นไร หยาเอ๋อร์เพิ่งจะแต่งงานเข้าจวนนี้มาได้ไม่นานก็ต้องทำหน้าที่ดูแลบ้านเรือน นับเป็นพระมหากรุณาธิคุณจากพระสนมเต๋อเฟยแล้วที่ไม่ลงโทษลูกสาวของข้าคนนั้นที่ทำงานได้ไม่ดีพอ”
ไม่ว่าอย่างไรก็ตาม นางก็ยังคงมีสถานะเป็นแม่เลี้ยงของหลินเมิ้งหยา
นางไม่อาจละทิ้งมารยาทในฐานะแขกไปได้ ทว่าใบหน้าท่าทางอ่อนโยนของซ่างกวนฉิงเปลี่ยนเป็นแข็งทื่อทันทีหลังจากที่นางได้เห็นเรือนเล็กในสวนทรุดโทรมแล้ว
นังเด็กอวดดีหลินเมิ้งหยา ขวางประตูใหญ่มิให้เข้ายังพอทน แต่นี่ยังส่งนางมาอยู่ที่นี่!
“คือว่า…หวู่เอ๋อร์ พาแม่ไปพบพี่สาวเจ้าก่อนดีกว่า”
ใบหน้าเหี่ยวเฉาเริ่มเก็บอาการไม่อยู่ โดยเฉพาะตอนนี้ที่จิ่นเยว่ยืนอยู่ข้างกายและเอาแต่จับจ้องมองมาอย่างระแวดระวัง ฟางเส้นสุดท้ายของซ่างกวนฉิงใกล้จะขาดผึงทันที
แม้นางจะยังไม่อยากฉีกหน้าหลินเมิ้งหยาตอนนี้ แต่ไม่ช้าก็เร็วนางจะจัดการนังตัวดีคนนี้ให้จนได้
ร่องรอยของความโกรธเผยให้เห็นในดวงตา นางที่เกิดในครอบครัวผู้ดีจะยอมทนถูกกระทำเช่นนี้ได้เช่นไร?
“ท่านแม่ต้องการพบข้าหรือเจ้าคะ? ข้านี่ช่างน่าตีจริงเชียว งานในจวนมีมากมายเสียจนลืมออกไปรับท่านแม่เสียสนิท”
หลินเมิ้งหยาเดินนำสาวใช้ของตนเองเข้ามา
วันนี้นางสวมใส่ชุดที่ฮูหยินธรรมดาทั่วไปไม่อาจเทียบได้
ใบหน้านวลยิ่งงดงามมีเสน่ห์ม