นักของตนเอง ทว่าดวงตากลับเจือไว้ซึ่งรอยยิ้ม
คนอื่นไม่เข้าใจ ทั้งที่คุณหนูเถียงกลับไปเพียงไม่กี่ประโยคเท่านั้น แต่เหตุใดคุณหนูจึงยิ้มกว้างมากขนาดนี้
“นายหญิง เหตุใดท่านจึงยิ้ม…น่ากลัวอย่างนั้นล่ะเจ้าคะ?”
ป๋ายจื่อถูข้อมือ นับตั้งแต่วันที่คุณหนูกลับมาเป็นเหมือนคนปกติ นางไม่เคยเข้าใจรูปแบบความคิดของคุณหนูเลย
หากรู้ว่าจะเป็นเช่นนี้ สู้ปล่อยให้คุณหนูสติเลอะเลือนดังเดิมดีกว่า
“ข้าเหรอ ก็คงเพราะอารมณ์ดีนั่นแหละ จริงสิ เจียงหรูฉินเป็นอย่างไรบ้าง?”
ภายในตำหนักหลิวซิน นับตั้งแต่วันที่ชิงหูมิได้มาเยือนตำหนักแห่งนี้อีก ชาบนโต๊ะก็ไม่หายไปอย่างไร้ร่องรอยอีก
หลนเมิ้งหยาเด็ดลูกเชอร์รีเข้าปาก หรี่ตาเล็กลงเพื่อรับรสชาติหวานละมุน
“คุณหนูเจียงถูกขังตามคำสั่งของพระสนมเต๋อเฟย หนู่ปี้ได้ยินคนจากตำหนักหยาเสวียนเล่าว่าภายในห้องมีแต่ข้าวของแตกกระจายเจ้าค่ะ”
คิก! เจียงหรูฉินบังอาจเหลือเกิน ทั้งที่อยู่บ้านคนอื่น แต่กลับไร้ซึ่งความเกรงใจ
หลินเมิ้งหยาปัดมือเล็กน้อยเพื่อทำความสะอาด ออกคำสั่งกับป๋ายจีด้วยท่าทางอารมณ์ดี
“หากคุณหนูเจียงต้องการทำลายข้าวของ พวกเจ้าก็ควรปล่อยให้นางทำอย่างเต็มที่ จากนั้นเขียนรายการของที่แตกเอาไปให้พ่อบ้านเติ้ง สั่งให้เขานำรายการสิ่งของเหล่านั้นไปส่งมอบให้สกุลเจียง”
“เจ้าค่ะ นายหญิง”
สาวใช้ทั้งสามหัวเราะสบตากัน นายหญิงของนางไม่ยอมเสียเปรียบเลยแม้แต่น้อย แต่ถึงกระนั้นกลับดูน่ารักน่าชังเหล