ือเกิน
“ต่อจากนี้ไปเสี่ยวอวี้และป๋ายจื่ออย่าได้ห่างจากข้า เมื่อการแสดงครั้งใหญ่เริ่มขึ้นก็จะต้องมีคนชมใช่หรือไม่ ข้าจะไปที่ตำหนักหยาเสวียนสักรอบเพื่อร้องขอความเมตตาให้กับคุณหนูเจียง”
หลินเมิ้งหยาใจดีขนาดนั้นเสียที่ไหน ที่ซ่างกวนฉิงมาที่นี่ก็เพื่อวางแผนร้ายเพื่อให้ลูกสาวของตัวเองได้ตำแหน่งพระชายาไปครอบครอง
อีกทั้งช่วงนี้เจียงหรูฉินยังข่มเหงรังแกหลินเมิ้งหวู่อยู่เสมอ
พอสู้ไม่ได้ก็ตามผู้ใหญ่มาช่วย ไม่รู้ว่าเด็กน้อยที่มีสติปัญญาเทียบเท่าเด็กอนุบาลเช่นนี้ไปเอาความมั่นอกมั่นใจมาจากที่ไหน
ทันทีที่เดินผ่านธรณีประตูของตำหนักหยาเสวียนเข้ามา ใบหน้ายินดีปรีดาของน้าจิ่นเยว่พลันปรากฏให้เห็น
“ดูซี เมื่อครู่หนู่ปี้เพิ่งจะเล่าเรื่องของพระชายาให้พระสนมเต๋อเฟยฟังแท้ๆ แต่นี่พระชายาเสด็จมาถึงตำหนักแล้ว บังเอิญจริงๆ พูดปุ๊บก็มาปั๊บเลยเจ้าค่ะ”
จิ่นเยว่สนิทสนมกับหลินเมิ้งหยาแล้ว ดังนั้นจึงเอ่ยแซวอย่างเป็นธรรมชาติ
นัยน์ตาเปล่งประกายราวกับหยดน้ำของหลินเมิ้งหยาเผยให้เห็นถึงรอยยิ้ม จะต้องเป็นเรื่องที่ป๋ายซ่าวแสดงละครอยู่หน้าจวนอย่างแน่นอนที่ทำให้พระสนมเต๋อเฟยอารมณ์ดีถึงเพียงนี้
เดินตามจิ่นเยว่เข้าไปยังห้องหลักของตำหนักหยาเสวียน
ผลปรากฏว่าได้เห็นใบหน้าเปื้อนยิ้มของพระสนมเต๋อเฟย ดูเหมือนว่าพระนางจะไม่ได้รู้สึกอารมณ์ดีเช่นนี้นานแล้ว
“เจ้าเด็กคนนี้นี่หนา เหตุใดจึงเจ้าเล่ห์เช่นนี้! สกุลซ่างกวนเป็นถึงนักรบ ลูกสาวลู